ล่าสุด

ประเภทของมอเตอร์ไซค์ เขาแบ่งกันอย่างไร

ประเภทของมอเตอร์ไซค์

ประเภทของมอเตอร์ไซค์

การแบ่งกลุ่มของมอเตอร์ไซค์ เขาแบ่งกันอย่างไร

ภาพประกอบทุกภาพจาก rideapart.com
คุณบอกความแตกต่างได้ไหมครับว่ามอเตอร์ไซค์แบบ sport-bike ต่างจาก Sport-tourer อย่างไร แล้วมอเตอร์ไซค์แบบ cruiser นั้นต่างจากมอเตอร์ไซค์ทั่วไปอย่างไร แล้วมอเตอร์ไซค์ adventure นั้นหมายถึงอะไร เรามาหาคำตอบกันนะครับว่าประเภทต่างๆของมอเตอร์ไซค์นั้นเป็นอย่างไร เวลาเจอชื่อประเภทมอเตอร์ไซค์จะได้หายงงซะที

Adventure Touring

ภาพลักษณ์

เริ่มกันที่ประเภทแรกนะครับคือ Adventure Touring โดยเริ่มที่ภาพลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ชนิดนี้ก่อน ภาพลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ชนิดนี้คือเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหลีกหนีชีวิตในเมือง และมาค้นหาความสนุกสนานท่ามกลางป่าเขา ทางที่วิ่งอาจจะเต็มไปด้วยลูกรัง ลำธาร โขดหิน กองทราย มอเตอร์ไซค์ชนิดนี้เลยถือกำเนิดออกมาเพื่อรองรับนักบิดที่ต้องการความท้าทายและผจญภัยไปในทุกๆที่ มอเตอร์ไซค์ที่มีมารองรับก็หนี้ไม่พ้น BMW ผู้ให้ชื่อถึงความสวยงาม สมบุกสมบันของรถ แต่มาพร้อมกับราคาแพง แถมอุปกรณ์เสริมก็ราคาก็ไม่เบา

ความเป็นจริง

กลายเป็นว่าจริงๆแล้วกันนำเอามอเตอร์ไซค์ที่หนักมากๆ คันนึงไปขับแนว off-road นั้นยากอย่างแสนสาหัส คันยิ่งหนักยิ่งจมโคลนได้ง่าย แม้ทางผู้ผลิตจะโฆษณาประชาสัมพันธ์กันอย่างแพร่หลายถึงจุดเด่นของรถปรเภทนี้ แต่พบว่ามอเตอร์ไซค์ยิ่งซับซ้อนเท่าไหร่ยิ่งบอบบางเท่านั้น ต้องใช้น้ำมันราคาแพง ต้องเข้าเพื่อดูแลด้วยช่างมืออาชีพ ต้องจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์ป้องกันเสริมอีกมาก และต้องขับกันอยู่นานจนกว่าจะชำนาญ และกลายเป็นว่านักบิดส่วนใหญ่ซื้อมอเตอร์ไซค์แนว adventure ก็จะเอาไปขับออกแนว tourer คันสูงๆ มากกว่าทีจะเอาไปลุยป่าลุยเขาเหมือนที่ทางผู้ผลิตโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ให้ออกไปทางนั้น หากคุณใจกล้านำไปลุยโคลนลุยทรายจริงๆคุณจะประหลาดใจว่ามอเตอร์ไซค์แบบนี้ทำได้ไม่สมค่ากับชื่อเลย สิ่งที่เราเห็นใน VDO โปรโมชั่นหรือใน Youtube ถึงการที่มอเตอร์ไซค์เหล่านั้นกระโดดสูงเป็นเมตร ไถลได้ไกลๆ การขับขี่น่าระทึกใจ แต่ความเป็นจริงจะขับแบบนั้นได้นั้นยากมาก เขาต้องใช้พวก stunt แมนมาขับโชว์ นักบิดอย่างเราๆ ลืมได้เลยว่าจะทำอย่างนั้นได้ แค่จะขับลุยโคลนให้ได้ความเร็วเท่าคนเดินเท้าก็ยากแล้ว

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

หากคุณต้องการขับมอเตอร์ไซค์ลุยป่าเขาจริงๆแล้วละก็ คุณต้องการมอเตอร์ไซค์ที่เบาที่สุด ระบบต่างๆต้องธรรมดาและง่ายๆมากที่สุด เพราะมอเตอร์ไซค์แบบที่่ว่านี้จะขับได้ง่าย เมื่อล้มลงไปก็ยกขึ้นมาไหว ซ่อมง่ายหากมีอะไรเสียหายระหว่างทาง และคุณควรจะสามารถหาชิ้นส่วน ยางรถ และน้ำมันธรรมดาๆได้ในป่าเขาห่างไกลอย่างชายแดนแม่สอด มอเตอร์ไซค์แนว dual sport ขนาดใหญ่จากผู้ผลิตญี่ปุ่นนั้นไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนรุ่นมากว่า 20 ปีแล้ว แต่นั่นคือสิ่งดีเพราะชิ้นส่วนก็จะหาง่ายใช้แทนกันได้หลายรุ่น ทุกอย่างทำได้ง่ายเพราะช่างส่วนใหญ่แม้จะอยู่ในชนบทห่างไกลก็พอจะซ่อมได้ ใส่ถังน้ำมันใหญ่เข้าไว้ ปรับท่านั่งให้เหมาะกับคุณ ก็พร้อมจะลุยทุกที่และแถมราคาที่จ่ายก็เสี้ยวหนึ่งของคันที่ได้ชื่อว่าเป็นระ Adventure ตัวจริงเสียอีก

แล้วทำไมเราถึงยกย่องรถ adventure ว่าสุดเลิศประเสริฐศรีกันนัก ความจริงแล้วก็คงเป็นความหมาย adventure บนทางเรียบมากกว่า เพราะว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่คล่องแคล่ว ขับสบายแม้มีคนซ้อนท้าย ขับไปตามถนนคดเคี้ยวขึ้นลงเนินหรือจะวิ่งทำความเร็วบนทางด่วนก็สบายๆ หลักๆก็คือความสบายในการขับขี่นั่นเอง

Cruiser

ภาพลักษณ์

เราเห็นจากภาพยนต์ที่พระเอกขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ มารับนางเอกที่บ้าน แล้วท่องเที่ยวไปไกลๆ และแน่นอนว่าหนังส่วนใหญ่มาจากอเมริกา ภาพลักษณ์เหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดมาตั้งแต่ยุค cowboy ที่เราเห็นว่าแต่ละคนขี่ม้าทยานไปข้างหน้า มีนางเอกนั้งซ้อนหลัง จนมาถึงยุคมอเตอร์ไซค์ ที่สามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้น

ความเป็นจริง

ในความเป็นจริงแล้วนักบิดมองหามอเตอร์ไซค์แบบ Cruiser ไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ แต่เป็นในแง่ของไลฟ์สไตล์มากกว่า การที่ ที่วางเท้านั้นอยู่ข้างหน้าไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักจะไปลงที่เท้า แต่เป็นการเอาเท้าไปเกี่ยวไว้มากกว่า น้ำหนักส่วนใหญ่ก็จะถึงถ่ายทอดผ่านกระดูกสันหลังลงบนเบาะ ซึ่งเป็นความเทห์มากกว่าความสะดวกสบาย ผลจากเรื่องนี้เรื่องเดียวนั้นส่งผลให้การเบรกนั้นต้องใช้ระยะทางมากขึ้น เพราะเราการเหยียบเบรกจะช้าลง การขับขี่ก็ยาก ทำให้การขับรถแบบนี้เป็นเรื่องยากสำหรับมือใหม่ จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ไม่ค่อยคล่องตัว จะค้ำยันเวลาหยุดรถก็ลำบาก สรุปแล้วรถ Cruiser คือรถที่ไว้ขับแบบเทห์ๆ ระยะทางสั้นๆ เท่านั้น

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

จริงๆแล้วมีมอเตอร์ไซค์ที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้นมีมากมายหลากหลายประเภทมาก ไม่ได้มีเฉพาะ Sport bike หรือ Cruiser เท่านั้น หากต้องการความเทห์แบบย้อนยุคมอเตอร์ไซค์อย่าง Triumph Bonneville ที่ Marion Brando ขับในหนังเรื่อง The Wild One นั้น เป็นมอเตอร์ไซค์ที่เป็นเครื่องยนต์แบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบธรรมดาๆ แต่มาพร้อมประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมทั้งเรื่องพลังเครื่องยนต์ การเบรก การขับขี่ ความสดวกสบาย ความปลอดภัยที่เทียบเคียงได้กับมอเตอร์ไซค์หน้าตาแปลกใหม่ในปัจจุบัน

Dual-Sport

ภาพลักษณ์

เป็นมอเตอร์ไซค์วิบากที่มาพร้อมป้ายทะเบียน วันธรรมดาสามารถขับไปกลับที่ทำงานได้ ด้วยเพราะน้ำหนักเบา รถมีสัดส่วนเล็ก ตำแหน่งขับขี่สูงเพื่อซอกแซกไปกับการจราจรที่ติดขัดได้โดยง่าย แต่พอถึงวันหยุดก็ไปขับลุยป่าลุยโคลนสบายๆ แถมไม่ต้องบรรทุกท้ายรถกระบะเพราะไม่มีทะเบียนเหมือนรถวิบากทั่วไป

ความเป็นจริง

น่าจะเป็นรถกลุ่มเดียวที่การใช้งานจริงตรงกับที่ภาพลักษณ์ปรากฏอออมา มอเตอร์ไซค์แบบ dual-sport บางคันนั้นอาจจะสร้างมาเพื่อให้เหมาะกับทางเรียบมากกว่าทางวิลก บางรุ่นก็เหมาะสำหรับทางวิบากมากกว่าทางเรียบ ขอให้คิดดีๆว่าต้องการรถไปใช้จริงๆบนถนนแบบไหนมากกว่ากัน แล้วซื้อให้ตรงกับการใช้งานจริงก็เป็นพอ หากต้องการใช้งานทั้งสองแบบพอๆกัน การหาล้อเพิ่มอีกชุดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดี ล้อที่ใช้กับถนนธรรมดาจะให้การยึดเกาะที่ดีและนุ่มนวลในการขับขี่ ล้อสำหรับถนนวิบากก็ทำให้การควบตุมการขับขี่เป็นไปได้อย่างมั่นใจ แต่ควรจะรู้ว่ามอไซค์บางรุ่นอย่าง KTM นั้นขับมันส์ก็จริงแต่ต้องเข้าศูนย์บริการบ่อยมาก ค่าใช้จ่ายก็อาจจะมากตามไปด้วย

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

มอเตอร์ไซค์กลุ่มนี้มีให้เลือกมากมาย ราคาไม่แพง อย่าง Honda CRF250L ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ขับไปทำงานก็สบายๆ ออกลุยก็ไม่มีถอย

Sport-Touring

ภาพลักษณ์

สำหรับนักบิดที่ชื่นชอบความแรงและความเร็ว การขับขี่สนุกสนานทุกๆวัน ขับไปเรื่อยๆตามท้องถนนทั่วไปเพื่อไปหาสนามแข่ง เมื่อไปถึงก็ิบิดแข่งกันอย่างกะพายุ

ความเป็นจริง

ถือเป็นยุคทองของทั้งนักบิดเองและบริษัทผู้ผลิต ในช่วงไม่กี่สิบปีมานี้เศรษฐกิจโลกโดยรวมดีขึ้น กำลังซื้อก็มีมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตก็เข็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาจากสนามแข่งเพื่อผลิตมอเตอร์ไซค์สนองความต้องการลุกค้า มอเตอร์ไซค์แรงม้าสูงๆมีออกมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อย่าง VFR1200 Hayabusa ZX-14 Concours 14 K1600GT ไล่เรียงได้ไม่หมด แต่ก็ใช่ว่าจะขับมันส์หยุดได้เสียทุกคันไป

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

ความจริงสิ่งที่คุณต้องการน่าจะเป็นรถที่ขับสบายๆ แต่มาพร้อมสไตล์ที่บ่งบอกถึงความเร็ว ซึ่งจริงๆแล้วคุณสามารถหาความสบายได้จากการขับขี่มอเตอร์ไซค์อย่าง Honda CBR600RR แถมยังมาพร้อมกับความสามารถที่จะพาคุณทะยานไปบนสนามแข่งได้ ผู้ผลิตอาจจะไม่โฆษณาออกมาแนวนี้ แต่ถึือเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่คุณจะสัมผัสได้กับความเป็นรถแนว touring แต่หากคุณต้องการความแหลมคมมากขึ้น อาจจะมองไปยัง Kawasaki Ninja 1000 ที่มาพร้อมกับม้าที่มากกว่า ท่านั่งตรง เบาะคนซ้อนท้ายที่พอเหมาะ กระเป๋าสัมภาระ และแฟรริ่งใหญ่ ในราคาที่เหมาะสม

Sport Bike

ภาพลักษณ์

เป็นเจ้าแห่งความเร็วแห่งท้องถนน เร็วกว่ารถยนต์เฟอรารี่เสียอีก แต่ราคาถูกกว่าเยอะ และหากทำงานมีเงินเดือนประจำก็พอจะหาซื้อมาเป็นเจ้าของได้

ความเป็นจริง

จะขับมอเตอร์ไซค์แบบรถแข่ง คุณก็ต้องมีทักษะเหมือนนักแข่ง แต่ส่วนใหญ่แล้วซื้อเพราะความสวยความเทห์มากกว่าที่จะขับเก่ง และส่วนใหญ่ก็ชน ลื่น ล้ม กันเป็นว่าเล่น เห็นเขาแข่งกันใน MotoGP แล้วอยากเก่งแบบ Marc Marquez หรืออยากจะอวดสาวว่าคุณขับรถเร็วที่สุดในกลุ่ม ถ้าอยากเป็นอย่างที่ว่าแล้วละก็ ต้องหมั่นฝึกซ้อม ฝึกขับ เหมือนนักกีฬาคนหนึ่ง เริ่มจากเครื่องขนาดเล็กไปสู่เครื่องที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คำว่า Sport Bike ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น Sport หรือ กีฬาชนิดหนึ่ง หากไม่ซ้อมก็แพ้ทางรถ ซ้อมน้อยมอเตอร์ไซค์ก็จะขี่คุณ ซ้อมมากคุณก็ขี่มอเตอร์ไซค์

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

ก็เหมือนกีฬาทั่วๆไป ซ้อมเพื่อความสมบูรณ์แบบ เราคงไม่เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับนักบอลทีมชาติเป็นแน่ คงต้องหัดกับเพื่อนๆ ที่มีความสามารถพอๆกันก่อน ดังนั้นคุณควรจะเริ่มจากมอเตอร์ไซค์ Sport bike คันเล็กก่อนอย่าง Honda CBR250R CBR500R และ Kawasaki Ninja 300 ก่อน เพราะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับนักบิดหน้าใหม่ได้ฝึกขับเพิ่มทักษะ หลังจากขับรถขนาดนี้จนคล่องแล้วจึงค่อยไต่ไปยังรุ่น Kawasaki Ninja 650 หรือ Yamaha FZ6R
คุณอาจจะต้องเข้ากลุ่ม หาที่เรียน อ่านหนังสือ ไปสนามแข่ง ขับกันเป็นปีๆ พอเปลี่ยนมาเป็นเครื่อง 600 ก็ทำเหมือนเดิม ทั้งหาที่เรียน อ่านหนังสือ ไปสนามแข่ง ขับเป็นปีๆ แล้วก็ไต่ไปเครื่อง 850 ต่อไป 1000 , 1200 …

คุณจะพบว่าหลังจากคุณได้ลองไปเส้นทางนี้ ขนาดเครื่องยนต์ไม่สำคัญเลย สิ่งที่คุณต้องการอาจจะเป็น Triumph Daytona 675R ซึ่งน่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุดในกลุ่มนี้ในขณะนี้

Standard Motorcycles

ภาพลักษณ์

มอเตอร์ไซค์แบบมาตรฐาน ที่ไว้ใช้ขับขี่ทั่วๆไป ราคาถูก ค่าบำรุงรักษาต่ำ ประหยัดน้ำมัน จอดง่าย คล่องตัว แทรกไปอยู่แถวหน้าของไฟแดงได้ จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ดีคันนึง ที่นั่งขับสยาย น้ำหนักเบ่า กลไกไม่ซับซ้อน นั่นคือมอเตอร์ไซค์ทั่วไปนั่นเอง

ความเป็นจริง

ในความเป็นจริง มอเตอร์ไซค์ที่ทำได้อย่างนั้นมักจะหน้าตาไม่ค่อยน่ามอง ตัวอย่างเช่นหากคุณเดินเข้าร้านขายมอเตอร์ไซค์ Suzuki รถคันไหนแตะตาคุณที่สุดระหว่า SFV650 หรอ GSX-R600 มอเตอร์ไซค์ทั่วๆไปมักจะสเปคไม่ค่อยดี เพื่อที่ราคาจะได้ไม่สูง ระบบกันสะเทือน เบรก และเครื่องยนต์อาจจะไม่เลิศเหมือนมอเตอร์ไซค์แบบดังๆ แนวสปอร์ททั้งหลาย

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

มอเตอร์ไซค์อย่าง Honda CB500F น่าจะเป็นคันที่เหมาะสำหรับกลุ่มนี้ ประหยัดน้ำมัน ค่าบำรุงรักษาต่ำ ยางก็ขนาดพอเหมาะ เครื่องยนต์ก็ไม่ได้ซับซ้อนมาก มีซักคันแล้วจะลืมรถยนต์ไปเลย

Tourer

ภาพลักษณ์

เป็นมอเตอร์ไซค์ที่พร้อมจะพาคุณไปเหนือจรดไต้ ขับได้เป็นเดือนๆ ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ นั่งขับสบายๆ พร้อมที่เก็บสัมภาระเพียบ

ความเป็นจริง

มอเตอร์ไซค์แบบทัวร์ริ่งคันใหญ่ๆนั้นสุดยอดมาก เมื่อขับไปบนถนนโล่งๆมันก็พร้อมจะพาคุณไปพร้อมกับความสะดวกสบาย นั่งเอนหลัง เปิดเพลงฟัง กินไอติมไปด้วย แล้วชมวิว แต่ปัญหาคือคันใหญ่ๆ น้ำหนักมาก สัมภาระเยอะ เจอถนนคดเคี้ยวแล้วละก็จะลำบากมาก คงขับขึ้นเขาลงห้วยไม่ได้เหมือนรถแบบอื่น

เอาเข้าจริงๆคันไหนดี

คันที่ไปได้สวยน่าจะเป็น Honda Gold Wing หรือ BMW K1600GTL ส่วนรุ่นเล็กกว่าอย่าง Yamaha FJR1300 น่าจะพอเป็นตัวเลือกได้เช่นกัน แต่เบาะหลังอาจจะนั่งไม่สบายเท่าไหร่ คนที่เป็นเจ้าของ Gold Wing มักจะมีคันที่เล็กกว่าอยู่ได้สำหรับการขับขี่ในระยะใกล้ หรืออาจจะมีมอเตอร์ไซค์คันอื่นๆ อยู่ด้วยแล้ว

ส่วนใหญ่รุ่นต่างๆก็ได้กล่าวถึงไว้เกือบหมดแล้วนะครับ แต่บริษัทผู้ผลิตเองก็พยายามออกแบบมอเตอร์ไซค์ที่เป็นลูกผสมมากขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้ในหลายโอกาศ และเป็นผลทางการค้าอีกด้วย หวังว่าคงเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อมอเตอร์ไซค์ของท่านนะครับ

เรียบเรียงจาก rideapart.com

ads2

Advertisment

26,265 views