มอไซค์ตามยี่ห้อ : Aprilia| Benelli| BMW| Ducati| Harley Davidson| Honda| Kawasaki| KTM| MV Agusta| Suzuki| Triumph| Vespa| Victory| Yamaha|

รีวิวมอไซค์ 2013 BMW R1200GS ทดสอบการขับขี่

  โพสเมื่อ: วันศุกร์ 16 สิงหาคม 2013 (เข้าดู 6,204 ครั้ง)

2013-BMW-R1200GS

เป็นที่ทราบกันดีว่า R1200GS น้นเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นสำคัญที่สุอของ BMW เขาหละ เพราะทำยอดขายได้กว่า 170,000 คันนับตั้งแต่ได้นำรุ่น GS ออกมาวางตลาดในเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา และกลายเป็นคนกำหนดมาตรฐานของมอเตอร์ไซค์แบบ adventure-touring ไปโดยปริยาย การออกแบบรถมอเตอร์ไซค์ GS นี้บริษัทเยอรมันออกแบบโดยเริ่มจากศูนย์กันเลยทีเดียว

เราได้มีโอกาศทดสอบมอเตอร์ไซค์คันนี้ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกๆของโลกทีเดียวที่ได้บินมาทดสอบไกลถึงอเมริกา เพื่อทดสอบมอไซค์รุ่นที่ 5 ของแบรนด์ทรงพลังอันนี้ เป้าหมายของ BMW สำหรับมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็คือการพัฒนาประสิทธิภาพของรถทั้งการขับบนถนนและการขับแบบลุย พร้อมทั้งความปลอดภัยและสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น

รองประธานบริษัท BMW Motorrad ประจำโรงงานเบอร์ลินกล่าวว่า “ถึงเวลาที่เราต้องลุยเส้นทางใหม่ และเปลี่ยนรีเซ็ตเลขกลับไปที่ 0″ ความหมายตรงนี้ก็คือรถมอเตอร์ไซค์ GS คันใหม่นี้จะไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับรุ่นเก่าเลย

ส่วนประกอบหลักของ GS ตัวใหม่นี้ได้ถูกออกแบบใหม่ คงไว้แต่เพียงส่วนของเครื่องยนต์หลัก ขนาด 1170cc ที่เราคุ้นเคยกันมาเกือบ 10 ปีเท่านั้น สำหรับเครื่องยนต์มอไซค์ที่ให้ชื่อว่า Boxer นั้นน่าจะนำไปใช้ต่อในรุ่น R โดยรุ่นที่น่าจะเป็นเป็นได้คงจะเป็น R1200RT ภายในเวลาประมาณ 1 ปี

เครื่องแบบ boxer รุ่นเก่านั้นจะผสมกันระหว่างการระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว โดยอากาศจะช่วยระบายความร้อน 78% และแถมพกด้วยการระบายความร้อนด้วยน้ำมันในส่วนที่เหลืออีก 22% สำหรับเครื่องยนต์ GS ใหม่นี้จะให้นิยามว่าระบายความร้อนด้วยของเหลวแต่ความร้อนราว 65% นั้นจะถูกระบายด้วยอากาศผ่านครีบของกระบอกสูบ เนื่องจากยังคงมีระบบระบายความร้อนอากาศอยู่จึงทำให้น้ำหนักของระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวนั้นเพิ่มขึ้นมาไม่มาก หรือเพียง 6 ปอนด์มากกว่าระบบเดิม

สำหรับหัวกระบอกสูบก็ได้รับการออกแบบใหม่ โดยแทนที่อากาศและน้ำมันจะเข้ามาทางแนวนอนจากด้านหลังหัวสูบ ก็จะเปลี่ยนมาเป็นแนวดิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ เส้นผ่าศูนย์กลางวาล์วไอดีและไอเสียนั้นเพิ่มขึ้นอีก 1 มม เพื่อการไหลที่ดีขึ้น และไอเสียที่ออกมาจากส่วนล่างของหัวสูบแทน

เนื่องจากมุมระหว่างวาล์วไอดีและไอเสียที่แคบลง ทำให้การเผาไหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอัตราการอัดเลยเพิ่มขึ้นครึ่งจุดเป็น 12.5:1 และ GS ใหม่นี้มีระบบการขยายตัวอัตโนมัติเหมือนมอไซค์ Panigale ของ Ducati ทำให้ตัวสตาร์ทเครื่องยนต์และแบตเตอร์รี่นั้นเล็กลง และระบบใหม่อีกอย่างคือ E-gas หรือรู้จักกันในนามคันเร่งแบบ ride-by-wire (ระบบที่ไม่มีเส้นลวดจากคันเร่งไปยังเครื่องยนอีกต่อไป แต่จะมีตัวรับสัญญาณที่คันเร่ง ส่งค่าไปให้ ECU แล้ว ECU จะส่งค่าผ่านสายไฟไปยังหัวจ่ายน้ำมัน) ระบบที่ทันสมัยแบบอิเลคทรอนิคส์นี้ทำให้สามารถตั้งค่าการขับขี่ได้ถึง 5 กรณีและจะมีระบบ cruise control เป็นครั้งแรกสำหรับรุ่น GS

ผลที่ได้คือแรงม้าที่เพิ่มขึ้น 15 ตัวเป็น 125 แรงม้าที่ 7700 รอบต่อนาที แรงบิดก็เพิ่มขึ้นโดยสูงสุดที่ 92.2 ปอนด์-ฟุด ที่ 6500 เพิ่มจาก 89 ปอนด์-ฟุตที่ 6000 รอบ และความเร็วรอบสูงสุดเพิ่มอีก 500 เป็น 9000 รอบต่อนาที

2013-BMW-R1200GS-2

ทดสอบไกลถึงแอฟริกา

แม้ว่านักขับรถแบบแอดแวนเจอร์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ออกลุยป่าจริงๆจัง แต่ชื่อเสียงของ BMW เขาดีในแง่ของการเป็นรถออฟโร้ด เขาเลยพาบรรดานักทดสอบทั้งหลายไปแอฟริกาเพื่อลุยกันให้สุดๆ เนื่องจากที่นั่นกฏเกณฑ์ต่างๆบนท้องถนนมีไม่มาก อีกทั้งมีถนนแบบลุยๆ ให้ลองเพียบ

เมื่อเจอมอไซค์คันนี้สิ่งแรกที่รูสึกได้คือหุ่นดูสวยมีเล่นขอบมากขึ้น ไฟหน้าหลักแบบ LED นั้นเป็นที่พูดกันว่าเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งไฟแบบนี้กับมอเตอร์ไซค์ ไฟเลี้ยว LED ก็มีขนาดเล็ก ส่วนกลางของรถนั้นเพรียวกว่าเดิมทำให้เหยียดขาลงพื้นได้ตรงขึ้น สำหรับคนตัวสูงก็อาจจะปรับเบาะนั่งให้สูงขึ้นได้ มุมเบาะนั่งก็ปรับได้

รถรุ่นใหม่นี้สตาร์ทติดได้ไวกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มาก ลองขยำคลัชก็เบาอย่างไม่น่าเชื่อ ก็คงเพราะเป็นระบบคลัชแบบเปียกแทนที่จะเป็นแบบแห้งในมอไซค์รุ่นเก่าที่อาจจะร้อนเกินเมื่อขับช้าๆ การบำรุงรักษาคลัชก็ทำได้ง่ายขึ้นด้วยตำแหน่งที่ถูกย้ายมาอยู่หน้าเครื่อง แต่เนื่องจากระยะคลัชที่น้อยลงผสมกับผลที่น้อยลงของ flywheel จากเครื่องยนต์ทำให้อาจจะยากไปนิดในการออกตัวเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

จากที่เดิมคลัชอยู่ระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ แต่ระบบส่งกำลังใหม่ของ GS นี้ทำให้ชุดเกียร์ไม่จำเป็นต้องแยกชิ้นออกมา ผลที่ได้คือระยะทางจากด้านหน้าไปหลังของห้องเครื่องนั้นสั้นลงทำให้บรรจุข้อเหวี่ยงที่ยาวกว่าเดิม 53 มม ได้

การเข้าเกียร์ 1 นั้นเป็นไปอย่างนุ่มนวล ในขณะที่ R1200 รุ่นเก่านั้นการเข้าเกียร์เหมือนจะต้องกดจังหวะยาวและมีเสียงคลิกคลักมากกว่านี้ เกียร์ใหม่นี้นุ่มนวลดี ข้อเสียอย่างเดียวคือการเข้าเกียร์ว่างนั้นยากไปนิดหากสวมรองเท้าบูทแบบออฟโร้ดอยู่

สำหรับแรงบิดนั้นแรงทุกช่วงความเร็วรอบ แม้ว่าช่วงอัตราตอบสนองจริงๆนั้นยังเหมือนเดิมแต่ความรู้สึกเหมือนจะดีกว่าเก่า บอกได้ด้วยการลองขับแบบยกล้อว่าเครื่องแรงขนาดไหน ประสบการณ์ขับขี่ที่ดีขึ้นนั้นมาจากการที่ช่องอากาศเข้าเครื่องยนต์อยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นทำให้ลุยน้ำได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สำหรับระบบ E-Gas ขับด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์นั้นเป็นไปอย่างลื่นไหล ไม่รู้สึกถึงการขาดการเชื่อมโยงแต่อย่างใด การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ากำลังขับอยู่ในโหมดใด โหมด Dynamic นั้นคล่องตัวสุดๆ ส่วนระบบ Rain นั้นจะอยู่ในอีกฟากนึง แต่อย่างไรก็ตามกำลังสูงสุดนั้นสามารถทำได้ทุกโหมด

แม้เครื่อง R1200GS ตัวใหม่นี้จะใช้โครงเหล็กใหม่เพื่อให้เข้ากับเครื่องยนต์ใหม่ แต่รูปร่างหลักของแชซซีไม่ได้ได้รับการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ดังนั้นเวลาขับขี่ก็รู้สีกได้เหมือนกับการขับขี่ 1200GS รุ่นเก่า และไม่ได้รู้สึกว่าหนักกว่าเดิม

ระบบเบรกป้องกันการล้อคล้อนั้นมีมาให้มาเป็นมาตรฐาน แต่ที่เพิ่มมาก็คือคาลิปเปอร์เบรมโบที่ล้อหน้าและจานเบรกที่ใหญ่กว่าบนล้อหลัง เบรกหน้านั้นแหลมคมบนถนนเรียบแต่ทำงานได้ดีบนถนนวิบาก โปรแกรมใหม่สำหรับระบบ ABS นั้นทำให้การทำงานดีขึ้นซึ่งค่าต่างๆก็ขึ้นอยู่กับโหมดการขับขี่ แสดงว่าระบบเบรกนั้นถูกรวมเข้าไปกับระบบควบคุมหลักตามสไตล์ของ BMW นั่นแสดงว่าเบรกหน้าและหลังนั้นเชื่อมโยงกันและขึ้นอยู่กับโหมดการขับขี่ด้วย นักบิดหลายคนอาจจะเกลียดเบรกแบบนี้ แต่เชื่อเลยว่าเบรกของ R1200GS นั้นทำงานได้เยี่ยมยอด หากอยากจะปิดระบบ ABS ก็สามารถทำได้หากต้องการ

ในระบบกันสะเทือนนั้นล้อหน้าเป็นแบบ Telelover และล้อหลังเป็นแบบ Paralever ด้วยการปรับแต่งการออกแบบทาง BMW บอกว่าจะให้การขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น โดยรุ่นมาตรฐานนั้นล้อหน้าปรับไม่ได้แต่ล้อหลังปรับได้สำหรับการ preload และ damping แต่เราก็ไม่ได้ลองทดสอบดู

เราได้ทดลองขับด้วย Dynamic ESA โดยมีหัววัดการเคลื่อนที่ของสปริงและส่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์และจะมีการส่งข้อมูลมาปรับค่า damping ตามเงื่อนไขการขับขี่ ซึ่งการการขับขี่บนทางเท้านั้นทำได้ดี การควบคุมล้อเป็นไปอย่างราบรื่น ระบบ Telelver ของ BMW นั้นทำงานได้ดีในการลดอาการหัวทิ่มในตอนเบรก ซึ่งเป็นสิ่งที่มอไซค์แบบแอดแวนเจอร์หลายๆคันพยายามจะทำตาม

นอกจากลองบนฟุตบาทแล้ว เมื่อมุ่งหน้าไปขับแบบ off-road เปลี่ยนโหมดเป็น Enuro ระหว่างการขับขี่ มอไซค์ก็ปรับตัวตามอย่างรวดเร็ว ผลการขับขี่ก็น่าประทับใจในระบบไถลของล้อหลังที่พอเหมา ให้คนขับได้ปรับตัวเล็กน้อยและยังอยู่ในระยะปลอดภัย การเกาะถนนก็เป็นเยี่ยมเหมาะกับสภาพถนน รถ R1200GS คันนี้ถือว่าคล่องตัวทีเดียว ไหลไปได้สบายๆแม้ความเร็วรอบเพียง 1500 ความเร็วก็ขึ้นๆลงๆจาก 16 กม/ชม ไปจนถึง 120 กม/ชม แต่ตอนลองขับก็คงไว้ที่เกียร 3 ตลอดก็ยังไปได้ดี การควบคุมทิศทางเวลาเข้าโค้งที่ความเร็วต่ำนั้นได้รับการเสริมแต่งให้ดีขึ้น เป็นการลดกำลังเครื่องลง ส่วนทางตรงก็จะมีกำลังแรงส่งมาที่ความเร็วรอบ 6500 rpm นอกจากนี้เรายังได้ลองโหมด enduro-pro อีกด้วยโดยการใส่อุปกรณ์เสริมครบ

พฤติกรรมแบบ off-road ของมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนเคยขี่รถรุ่นนี้มาก่อน ความแรงออกมาเหมือนรถวิบาก แต่การเข้าโค้งยากๆก็ทำได้ดี หากรักษาความเร็วดีๆ ก็จะสามารถขับลุยได้ทุกสถานณ์การ กลับมาบนถนนเรียบ R1200GS ก็พิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็นรถแบบ sport-tourer ที่ดีคันนึง กุญแจสำคัญก็คงเป็นเพราะเจ้าบังลมอันใหญ่ที่ปรับแต่งได้ทั้งในแง่ความสูงและมุมด้วยปุ่มมือปรับที่ทำได้แม่ขณะรถวิ่ง ป้องกันลมได้ดีเมื่ออยู่ตำแหน่งบนสุดและ BMW บอกว่าเสียงเบากว่าเดิม 5 เดซิเบล

ในเรื่องของความเร็วแล้วทำได้สบายๆ ที่ 180 กม /ชม แต่มีอยู่ครั้งนึงที่เหลือบมองหน้าปัทว์เห็นตัวเลขวิ่งไปถึง 230 กม/ชม เลยทีเดียว

ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เรารู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ BMW ได้ปรับปรุงเพิ่มเติมมากในทุกๆ ด้าน รถมอไซค์ GS คันใหม่นี้พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะลุยป่า ลุยน้ำ หรือการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป

แต่ที่เราพบว่า BMW คันนี้นั้นมีปัญหาตรงเวลายืนขับ เพราะครั้งนึงผมลองยืนขับบนถนนวิบากด้วยความเร็วประมาณ 70 กม/ชม และมาเจอแอ่งน้ำ ปรากฏว่ามอเตอร์ไซค์เหวี่ยงตัวอย่างบ้าคลั้งจนแทบจะตกจากรถ ก่อนที่จะกลับมาวิ่งปกติเหมือนเดิม ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรแต่นักทดสอบอีกคนบอกว่าเจออาการสะบัดเวลายืนขับเหมือนกัน ก็เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อมองถึงว่าโครงรถก็ไม่ได้เปลี่ยนไปจากรุ่นเดิม และไม่มีเคยเจอปัญหาความเสถียรเมื่อตอนทดสอบความเร็ว อาจจะเพราะระบบ Dynamic ESA หรือเปล่าที่เมื่อเจอแองน้ำแล้วทำให้การปรับแต่งค่าหน้าหลังแล้วเสียการทรงตัวไป ไม่แน่ว่า GS อาจจะมีการปรับแต่งด้วย steering damper ทีหลังก็เป็นได้

นอกจากเรื่องนี้แล้วถือว่า 2013 R1200GS นั้นเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ทำได้หลายอย่าง การออกแบบใหม่หมายถึงหลายๆอย่างได้เปลี่ยนไป และแสดงว่าอาจจะมีหลายอย่างที่อาจจะเกิดการผิดพลาดได้ที่เรายังไม่รู้ แต่การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งก็เพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่าในหลายๆด้าน ถ้ามีโอกาสก็ลองทดสอบดูนะครับ

สำหรับราคามอเตอร์ไซค์ BMW R1200GS ในไทยนั้นอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเศษๆ ส่วนราคาในอเมริกานั้นเริ่มต้นที่ $15,800 แค่ครึ่งเดียวเพราะราคาในไทยเป็นรถนำเข้า

---------------------------- advertisement -------------------------------

อัพเดทล่าสุด


Comments are closed.

บทความล่าสุด
  • รีวิวการขับขี่มอไซค์ 2014 Suzuki Burgman

    รีวิวการขับขี่มอไซค์ 2014 Suzuki Burgman 200 กับงานเปิดตัวให้ทดสอบมอเตอร์ไซค์ Burgman 200 คันนี้ ทางเจ้าหน้าที่สื่อสารองค์กรของ Suzuki บอกกับเราว่า Burgman 200 นั้นวางขายในยุโรปมานานหลายปีแล้ว และรุ่นล่าสุดที่มีการอัพเดทกันในปี 2007 ซึ่งในยุโรปเขาจะเรียกกันว่า Super Scooter หรือ Maxi Scooter หรือ สกู๊ตเตอร์คันใหญ่ ที่จะมีพลังมากว่า น้ำหนักมากกว่า และบังลมที่ใหญ่กว่า และนอนว่าราคาย่อมแพงกว่าสกู๊ตเตอร์ที่พบเห็นในเมืองทั่วๆไป มอเตอร์ไซค์

  • Victory เปิดตัว Magnum Victory เปิดตัว Magnum Victory บริษัทผู้ผลิตรถสัญชาติอเมริกันอีกรายนอกเหนือจาก Harley ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2015 รวมทั้งรุ่นใหม่คือ Magnum ในไทยหลายๆคนคงนึกถึงไอศครีมยี่ห้อดัง ขนาดใหญ่ราคาแพงหลัก 40 บาท ช้อคโกแลตอร่อย แต่ในมุมมองของอเมริกาแล้วมักจะนึกถึงอาวุธปืน .44 แมกนั่มเสียมากกว่า เลยเป็นที่น่าคิดว่าทาง Victory ตั้งชื่อรุ่นเป็น Magnum คงสื่อไปถึงความเร็วของกระสุนมากกว่าไอติม มอเตอร์ไซค์รุ่นนี้จะเป็นแนว bagger ล้อใหญ่ เพราะล้อหน้านั้นจะมีขนาด 21 นิ้ว ส่วนบั้นท้ายรถจะออกแนวเพรียวลม

  • ภาพ Ducati Scrambler ล่าสุดจากงาน WDW 2014 ภาพ Ducati Scrambler ล่าสุดจากงาน WDW 2014 ทาง Ducati ได้จัดงาน World Ducati Week 2014 ที่มีแฟนๆไปร่วมงานเป็นพันๆคนเพื่อเฉลิมฉลองความเป็น Ducati และที่ถือเป็นจุดเด่นของงานสำหรับปีนี้ก็คือการนำมอเตอร์ไซค์ Ducati Scrambler ตัวเป็นๆมาโชว์ให้เห็นในกงานนั่นเอง สิ่งที่เห็นก็เป็นการผสมกันระหว่างแท้งค์สีเหลือง พร้อมชิ้นส่วนออกแนวสีทองแดง โดยการเปิดให้ชมคราวละประมาณ 12 คน ในห้องที่ควบคุมไม่ให้มีใครพกมือถือหรือกล้องถ่ายรูปเข้าไปเด็ดขาด แต่จะว่าไปแล้วไม่รู้ทาง Ducati เองจะพลาดพลั้งอะไรหรือเปล่าที่การพยายามปิดกั้นไม่ให้รูปภาพมอเตอร์ไซค์คันนี้หลุดออกมาภายนอกแม้จะพยายามอย่างยิ่งยวดแล้วก็ตาม หรืออาจจะเป็นแผนการตลาดที่ทำทีว่าเข้มงวดแล้วแอบปล่อยภาพออกมาก็ไม่แน่ ไม่ว่าจะยังไงก็มีภาพออกมาให้เห็นก็แล้วกัน

  • รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์ Yamaha Tricity รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์ Yamaha Tricity ในบ้านเรามอเตอร์ไซค์ Yamaha Tricity ก็ได้วางจำหน่ายกันมาระยะหนึ่งแล้ว รีวิวการขับขี่ของคนไทยก็มีออกมาให้อ่านกันมากมาย แอดมินก็รอๆอยู่นะครับว่าฝรั่งเขาขับแล้วรู้สึกอย่างไร จนวันนี้มีออกมาแล้วครับจากฝั่งอังกฤษให้เราได้อ่านกัน นักบิดมักจะให้ความสนใจกับล้อหน้ามาก เพราะมันจะบ่งบอกถึงพลังหยุด การเลี้ยว และการทรงตัวของคนขับเอง แล้วยิ่งหากเป็นมอเตอร์ไซค์สามล้อ ที่ด้านหน้ามีสองล้อแล้วละก็คงต้องดูกันละเอียดหน่อย Piaggio ถือเป็นต้นตำรับมอเตอร์ไซค์ 3 ล้ออย่าง MP3 สกู๊ตเตอร์ที่มีล้อหน้าสองล้อและวางขายมานานหลายปีแล้ว แต่รุ่นที่วางขายก็จะเป็นขนาด 300cc และ 500cc ราคาก็เริ่มตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปและน้ำหนักก็แตะ 200

  • ประวัติความเป็นมาของ Superbike มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ภาค 2 ประวัติความเป็นมาของ Superbike มอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ภาค 2 ทิ้งระยะห่างมาครบ 1 ปีพอดีเลยนะครับกับเรื่องราวความเป็นมาของ Superbike ของโลก ด้วยมีแฟนๆที่ติดตามเว็บ mocyclover สองสามรายถามแอดมินมาหลายรอบแล้วว่าเมื่อไหร่จะเขียนให้จบซะที คราวนี้ก็ถึงเวลาเล่าให้ฟังกันต่อแล้วนะครับ ท่านที่ต่องการอ่านอ่านประวัติความเป็นมาของ Superbike ภาคแรกเชิญติดตามอ่านได้ที่นี่นะครับ ประวัติความเป็นมาของ superbike ความเติม ในช่วงปี 1988 ทาง Honda ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น RC30 ออกมาถัดจาก CB750 อันโด่งดังและถือเป็นก้าวกระโดดของวงการ superbike

5 อันดับเรื่อง HOT