ล่าสุด

รีวิวมอไซค์ 2013 Suzuki Burgman 650 ABS

2013-Suzuki-Burgman-650-ABS

ครั้งแรกที่ได้เจอตัวเป็นๆของเจ้ามอเตอร์ไซค์ Burgman ตัวนี้ผมถึงกับอ้าปากค้างเลยครับ ยิ่งพอได้ลองไปยิดคันเร่งเลี้ยวไปเลี้ยวมาสองสามรอบ ผมก็ประหลาดใจกับความลื่นไหลของการขับขี่และพลังบิดที่ให้มาอย่างเหลือเฟือ ขับไปขับมาแล้วพบว่า Burgman 650 ABS นี้เป็นมอไซค์ที่น่าประทับใจมาก เลยไม่ต้องสงสัยว่าทำไมมีแฟนๆมอเตอร์ไซค์หลายคนคลั่งไคล้กับรถคันนี้มาก เพราะมอไซค์คันนี้โดดเด่นทั้งในแง่ความสบาย ความแรง ความคล่องตัว หลังจากขับทดสอบไปได้ซัก 500 กม รถมอไซค์ Burgman คันใหม่นี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นรถที่ขับได้อย่างสนุกและถือเป็นยานพาหนะที่มีความสามารถสูงเลยทีเดียว แต่โดยรวมก็ใช่ว่าจะไม่มีที่ตินครับ

มอเตอร์ไซค์อันโด่งดังแนว maxi-scooter คันนี้ได้โอกาสฉลองครบรอบ 10 ปีพอดีสำหรับปีนี้ แม้ว่าจะไม่ได้แปลงโฉมใหม่จากหัวจรดเท้า ที่รถมอไซค์รุ่นใหม่ของปีนี้ก็ได้รับการออกแบบเพิ่มลูกเล่นทั้งในแง่ของสไตล์และในแง่เทคนิคหลายรายการด้วยกัน แต่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะสามารถเจาะตลาดใหม่ๆได้หรือเปล่า อันนี้ก็ต้องดูกันต่อไป

สำหรับนักบิดหน้าใหม่แล้ว มอไซค์คันนี้ของ Suzuki ก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นสาวกที่ซื่อสัตย์ได้มากโขเลยทีเดียว ดูได้จากการมีคลับหรือกลุ่มคนรัก Burgman เป็นหมื่นๆคนทั่วโลก แล้วถ้าถามพวกเขาว่าอยากให้ทาง Suzuki เปลี่ยนแปลงอะไรในตัว Burgman บ้างถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่่น่าประหลาดใจเมื่อพบว่าสาวกเหล่านี้แทบไม่มีข้อคิดเห็นอะไรที่น่าเป็นห่วง มีเพียงแค่ไม่กี่ประเด็นเท่านั้นที่พอจะได้ยินซ้ำๆ อยู่บ้าง

อันดับแรกเลยก็คือระบบเบรก ABS ซึ่งเมื่อก่อนมีให้เลือกเฉพาะในรุ่น Burgman Executive เท่านั้น แต่ตอนนี้มีมาให้เป็นมาตรฐานเลย เหมือนว่าทาง Suzuki ได้ยกเลิกการแบ่งโมเดล Executive ไปแล้วโดยเอาคุณสมบัติอื่นๆที่เคยตั้งไว้ให้เป็น Executive มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปแล้ว ยกเว้นอเมริกาเหนือที่บางรายการจะถือเป็นตัวเลือก กลับมาในเรื่องของ ABS การที่มีระบบ ABS เป็นมาตรฐานไม่ใช่เพราะบรรดาสาวกถามหา แต่เป็นเพราะในยุคปี 2013 นี้ ABS ถือเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่รถมอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่ควรจะมี และยิ่งล้อหน้าเป็นแบบดิสก์เบรคทำให้ ABS นั้นยิ่งควรจะมี

สำหรับปีนี้ในแง่สไตล์ก็ได้รับการปรับปรุงทำให้ Burgman มีเบาะนั่งที่ดูบางและปราดเปรียวขึ้น จมูกรถที่ดูสปอร์ทมากขึ้น ไฟหน้าที่มีการปรับเปลี่ยนโฉม ท้ายรถที่เหมาะสมกับความเป็นมอเตอร์ไซค์มากกว่าเป็นรถยนต์ มีโทนสีดำแทรก แผ่นพื้นที่ถูกตัดเว้าเพื่อให้ค้ำยันรถได้สะดวกขึ้นและแผงคอมีรูปร่างออกเป็นสามเหลี่ยมตั้งแทนที่จะเป็นรูปแบบกลมๆเหมือนเมื่อก่อน

2013-Suzuki-Burgman-650-ABS-2

สำหรับแผงหน้าปัทว์ที่เมื่อก่อนมีจอ LED ใหญ่โดดเด่นถูกปรับปรุงให้ดูคลาสสิคมากขึ้นด้วยเข็มวัดความเร็วและรอบเครื่องแบบอนาลอกพร้อมด้วยจอ LED แบบมัลติฟังค์ชั่นเพื่อแสดงผลระยะทาง ระยะทริป อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน แสดงผลอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิ นาฬิกา โหมดการขับขี่ และตำแหน่งเกียร์ (กรณีขับแบบแมนนวล)

ส่วนอื่นๆที่ได้รับการปรับแต่งก็เช่น มีตัวแสดงผลการขับขี่แบบ Eco-Drive สีเขียว คันบังคับก้านเบรกสำหรับจอดได้ถูกย้ายมาจากด้านซ้ายของแผงหน้ามาอยู่ที่ตำแหน่งใต้โคนขาซ้ายเพื่อให้เข้าถึงได้ง่าย ช่องเสียบไฟ 12 โวลท์ในแผงหน้าที่มีฝาปิดนั้นได้มีการย้ายให้ลึกเข้าไปเพื่อให้ให้แจ้คขนาดต่างๆเสียบได้โดยไม่ขวางทางฝาปิด

และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงคือการใช้วัสดุใหม่สำหรับคลัชและเกียร์ ผลที่ได้คือ Burgman ที่มีความคล่องแคล่วเพราะมอเตอร์ไซค์ Burgman ตัวใหม่นี้อาการหน่วงๆนั้นลดลงไปมาก ดังนั้นจึงสามารถเข็นรถไปได้สบายๆในกรณีดับเครื่องยนต์หรือรอบต่ำ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทาง Suzuki ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดจากบรรดาเจ้าของมอเตอร์ไซค์ Burgman เพราะมักจะเป็นผู้ขับขี่สูงวัยที่อาจจะไม่อยากขึ้นคร่อมเบาะมอไซค์อยู่บ่อยๆ ทาง Suzuki เลยตอบสนองข้อเรียกร้องนี้ด้วยวัสดุชนิดใหม่ที่ลดความหน่วงตลอดช่วงของการส่งกำลังลงถึง 35% เลยทีเดียว

แม้ผมจะไม่ได้ลองขับ Burgman รุ่นเก่าเพื่อเปรียบเทียบดูก็ตาม แต่ก็พบว่ารุ่นปี 2013 นี้เข็นสบายๆ ไม่ว่าจะเดินเข็นหรือนั่งคร่อมแล้วเข็น ยิ่งไปกว่านั้นนักวิจารณ์จากนิตยสารมอเตอร์ไซค์ต่างก็ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า Burgman รุ่นใหม่นี้รู้สึกดีกว่ารุ่นเก่าเยอะ

การขับขี่บนถนนนั้น Burgman ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย พละกำลังที่ออกมานั้นน่าประทับใจมากด้วยเครื่องยนต์แบบ DOHC ขนาด 638cc สูบคู่ ส่งแรงออกมาอย่างทันใจในการขับขี่ไปบนท้องถนนและขึ้นสู่ถนนหลวง เร่งเข้าสู่ความเร็วได้อย่างรวดเร็วเหมือนมอไซค์รุ่นอื่นในขนาดเดียวกัน กำลังช่วงปลายก็ยังมีอย่างล้นหลาม การเร่งความเร็วจาก 100 กม/ชม ไปถึง 130 กม/ชม ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที และแรงบิดยังเหลือ โดยความเร็วสูงสุดน่าจะมากกว่า 180 กม/ชม เลยทีเดียว แม้ขีดแดงจะถูกตั้งไว้ที่ 8000 รอบ แต่การขับขี่ไปรอบเมืองหรือบนถนนหลวงจะมีความเร็วรอบที่เหมาะสมอยู่ที่ 4,750 รอบต่อนาที

ระบบเกียร์ CVT นั้นมี 6 สปีดเหมือนเกียร์ทั่วๆไป โดยโหมดมาตรฐานคือ Drive Mode แต่หากกดปุ่ม Power เพียงปุ่่มเดียวด้วยหัวแม่มือซ้ายก็จะเป็นผลให้ได้อัตราเร่งที่สูงขึ้นและเพิ่มความแรงในช่วงความเร็วต่ำมากด้วย ซึ่งลูกเล่นนี้นอกจากเหมาะสมสำหรับท้องถนนในเมืองแล้ว การขับขี่บนทางด่วนก็ยังขับได้ด้วยความมั่นใจในกำลังของเครื่องยนต์ในตอนเร่งแซง เสริมกับลูกเล่นของกระจกหลังไฟฟ้ายืดได้ด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียวแล้วยิ่งมันส์เข้าไปใหญ่ ตอนที่ผมลองขับก็เลยขับในโหมด Power เสียเป็นส่วนใหญ่จะเปลี่ยนมาเป็น Drive mode ก็เมื่อเข้าสู่ทางหลวงเพื่อทำความเร็วและเล่นกับเกียร์ 6 เพื่อให้ไหลลื่นไปกับความเร็วราวๆ 120 กม/ชม

2013-Suzuki-Burgman-650-ABS-3

นอกจากนี้แล้วเกียร์ CVT ยังสามารถปรับค่าไม่ต้องใช้งานเพื่อไปขับโหมดธรรมดาด้วยปุ่มอยู่ซ้ายมือ ทำให้ขับรถแล้วเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงได้ดั่งใจ แถมหากเราลดความเร็ว Burgman ยังลดเกียร์ให้อัตโนมัติอีกด้วย
ข้อคอมเม้นต์เดียวในเรื่องการขับโหมดเกียร์ธรรมดาคือปุ่มกดอยู่ด้านหน้าคันบังคับทั้งสองปุ่ม นั่นคือต้องใช้หัวแม่มือกับทั้งสองปุ่ม อยากจะให้ใช้หัวแม่มือปุ่มนึงนิ้วชี้ปุ่มนึงมากกว่าจะได้ไม่ต้องเกร็งนิ้วกะตำแหน่งไปมาเหมือนที่เห็นในรถ Honda CTX700 แต่อาจจะเป็นเพราะว่าการเปลี่ยนเกียร์ลงไม่จำเป็นสำหรับ Burgman เลยอาจจะเป็นสาเหตุที่ทาง Suzuki ออกแบบมาแบบนี้

ในการเข้าโค้งไปมา Burgman แสดงความคล่องแคล่วให้เห็นไม่ใช่แต่เฉพาะกรณีเกียร์แมนนวลเท่านั้น การขับ Power mode ก็จะสามารถพา Burman ใต่โค้งขึ้นเขาไปได้อย่างว่องไว สิ่งที่ยากที่สุดก็คือการนั่งให้ติดเบาะเพราะการเข้าโค้งที่คดเคี้ยวนั้นลำตัวบิดไปมาตลอดเวลา แต่ตามที่ได้พูดถึงมาก่อนหน้าว่า ระบบกันสะเทือนหลังนั้นปรับแต่งได้ง่าย กดคันบังคับสองครั้งทั้งสองด้านระบบกันสะเทือนก็ทำงานได้ดีเยี่ยมในภาวะนี้ ลายการเข้าโค้งนั้นกว้างเหลือหลายจะเอียงรถได้มากแค่ไหนก็ได้ น้อยครั้งที่จะเอียงจนแสตนด์นั้นครูดไปกับพื้น เลยเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจในทุกโอกาส

แต่การขับแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่รถคันนี้ถูกออกแบบมา Burgman เป็นรถมอไซค์สำหรับการเป็นยานพาหนะส่งคนจากจุด A ไป B ช่องเก็บสัมภาระใต้ที่นั่งนั้น Suzuki แจ้งว่าใส่หมวกกันน้อคได้สองใบด้วยกัน และยังมีที่ว่างให้ใส่กระเป๋าเอกสาร เป้สะพาย หรือแม้แต่กระเป๋าใบใหญ่ได้ นับว่าสะดวก ด้วยความจุมากมาย แต่ก็ยังไม่เทอะทะเกินไป ยังสามารถขับขี่ไปในเมืองได้อย่างคล่องแคล่วสะดวกสบายไร้กังวลกับการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ

แล้วอะไรที่ขาดไปจาก Burgman สิ่งหนึ่งที่เราคาดหวังก็คือ cruise control (CC) สำหรับการขับบททางหลวงตามลักษณะของรถ scooter แบบหรู เมื่อสอบถามไปยัง Suzuki ก็ได้คำตอบว่า ระบบ CC ที่ไม่แพงและพบเห็นในรถมอเตอร์ไซค์โดยทั่วไปนั้นระบบการขับขี่จะต้องเป็น ride-by-wire ซึ่งเป็นระบบที่ Burgman ยังไม่มีในตอนนี้

สำหรับอีกเรื่องก็คงเป็นบังลมที่ปรับตำแหน่งได้ ที่ไม่ว่าปรับตำแหน่งไหน ตำแหน่งลมปะทะคนขับดูเหมือนจะผิดมุมไปนิด ทาง Suzuki น่าจะทำได้ดีกว่านี้

สุดท้ายแล้วทาง Suzuki แจ้งว่าอาการหน่วงนั้นลดลงไป 35% จากการปรับปรุงระบบเกียร์ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันนั้นดีขึ้น 15% เมื่อขับใน Drive mode แต่จากการทดสอบพบว่าตัวเลขการประหยัดน้ำมันนั้นยังไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ ถังนึงวิ่งได้ประมาณ 280 กม เท่านั้น

สำหรับราคาในสหรัฐนั้นอยู่ที่ $10,999 หรือประมาณ 330,000 บาท ซึ่งแพงกว่า BMW C 650GT อยู่ประมาณ 1000 USD และสูงกว่า CTX700 ของฮอนด้าอยู่ประมาณ 3000 USD ทำให้มอเตอร์ไซค์ Suzuki นั้นสูงกว่าเจ้าอื่นๆในตลาดเดียวกัน ทำให้เป็นข้อมูลเชิงเปรียบเทียได้ว่าทำไม Suzuki ต้องทำให้ Burgman นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างการขับขี่ที่สะดวกสบาย พร้อมที่จะวิ่งบนทางด่วนที่ต้องการความเร็ว ที่เก็บสำภาระกว้างขวาง พร้อมกำลังขับอย่างเหลือเฟือ อย่างไรก็ตามก็ยังมองว่าทาง Suzuki ยังมีแนวทางในการพัฒนา Burgman 650 ABS ให้ดียิ่งๆขึ้นไป ให้สมกับความเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มนี้และสาวกที่คลั่งไคล้เป็นจำนวนมาก

สำหรับราคาในไทยก็อยู่ที่ประมาณ 630,000 บาท (ราคานำเข้า พร้อมจดทะเบียน) โดยมีสีขาว เทา ดำ ให้เลือก

ads2

Advertisment

8,921 views