มอไซค์ตามยี่ห้อ : Aprilia| Benelli| BMW| Ducati| Harley Davidson| Honda| Kawasaki| KTM| MV Agusta| Suzuki| Triumph| Vespa| Victory| Yamaha|

รีวิว ทดสอบ 2014 Honda Forza

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 10 กันยายน 2013 (เข้าดู 10,498 ครั้ง)

2014 Honda Forza
ภาพจาก honda.com

รีวิว มอเตอร์ไซค์ 2014 Honda Forza

Honda ได้หวนกลับมาเล่นตลาดสกู้ตเตอร์ขนาดกลางด้วย 2014 Honda Forza ซึ่งมาพร้อมกับขุมพลังขนาด 279cc เครื่องยนต์แบบ SOHC พร้อมระบบหัวฉีด สี่วาล์ว และระบายความร้อนด้วยของเหลว มาพร้อมกับระบบเกียร์ของฮอนด้า V-Matic ทำให้วิ่งได้ระยังทาง 68 ไมล์ต่อแกลลอนเลยทีเดียว

การหาซื้อรถแนวสกู้ตเตอร์ซักคันนั้นก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน เครื่องขนาด 50cc นั้นเหมาะสำหรับการใช้งานในย่านชุมชนหนาแน่น ส่วนขนาด 150cc นั้นจะเหมาะสำหรับย่านชานเมืองที่พอจะมีพื้นที่ให้วิ่งเร็วได้บ้าง และเครื่องขนาด 600cc นั้นเหมาะสำหรับการออกทัวร์หรือขับบนทางหลวงไปไหนไกลๆ

สำหรับเครื่องในช่วง 300cc อย่างเจ้า 2014 Honda Forza คันนี้นั้นทำให้เราสามารถเอาไปขับบนทางหลวงไปต่างจังหวัดได้ แต่ก็ยังคงความคล่องตัวสำหรับการขับขี่ในเมืองได้อย่างสบายๆ

ว่ากันไปแล้วในแง่ของความเร็วสำหรับ Forza คันนี้จะทำได้ดีในช่วง 90 กมต่อชั่วโมง แต่อาจจะไหลได้ถึง 130 กม/ชั่วโมง แต่ต้องบอกว่าอัตราเร่งแทบไม่เหลือหลังขับ 110 กม/ชั่วโมง ดังนั้นการที่จะขับให้ไหลไปกับการจราจรบนทางหลวงนั้นอาจจะเป็นเรื่องท้าทายเล็กน้อย

การขับขี่ในย่านที่จราจรคับคั่งอาจจะต้องใช้ความพยายามเพิ่มเล็กน้อยด้วยระยะหว่างล้อที่มองว่ายาวของ Honda Forza คันนี่ ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 61 นิ้ว แต่ด้วยล้อหน้าขนาด 14 นิ้ว และล้อหลังขนาด 13 นิ้ว ความสามารถในการขับแทรกไปกับการจราจรนั้นก็ยังพอไหวอยู่

ระบบเกียร์นั้นก็ให้กำลังเบรกของเครื่องยนต์ออกมาอย่างพอเหมาะ และระบบเบรกก็ถือว่าใช้งานง่าย ผมเริ่มขับโดยใช้เบรกหน้าเป็นส่วนใหญ่ก่อนที่จะเริ่มไว้ใจระบบเบรกแบบคอมไบน์และกำคันเบรกด้านซ้ายมืออยู่บ่อยๆ (ระบบ ABS นั้นเป็นออฟชั่นเพิ่ม)

หลังจากซอกแซกตามช่องว่างระหว่างรถยนต์จนไปอยู่แถวหน้ารอไฟเขียว พอได้ไฟเขียวก็สามารถออกตัวได้แรงพอที่จะนำหน้ารถยนต์ได้อย่างมั่นใจ แค่ออกแรงบิดให้เต็มที่เท่านั้น ระบบหัวฉีดทำงานได้อย่างไม่มีที่ติ อัตราเร่งก็คาดหวังได้และเป็นไปอย่างลื่นไหล

คุณจะพบว่าการขับไต่ไปถึงความเร็ว 80 กม/ชม นั้นแป้บเดียว ดังนั้นอย่าเผลอขับเร็วเกินในย่านจอแจ Honda มาพร้อมกับหน้าปัทว์ที่อ่านความเร็วแบบดิจิตอล พร้อมเข็มแบบอนาลอก ที่มีมาด้วยก็เข็มแสดงความเร็วรอบซึ่งมองว่าเปลืองที่เปล่าๆ เพราะเราไม่ได้เข้าเกียร์เองซักหน่อย

แต่ค่าที่โชว์แสดงถึงเส้นแดงที่ 9000 รอบ อีกจอที่เป็นแบบอนาลอกก็คือระดับน้ำมัน (เข็มกระดิกช้ามาก) และระดับอุณหภูมิเครื่องยนต์ นอกจากนี้ยังมีนาฬิกา ไฟตรวสอบเครื่องยนต์ (เหมือนในรถยนต์) และตัวไว้เตือนว่าถึงเวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้ว หลังจากขึ้นคร่อมแล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าเหมือนคุณนั่งขับรถ Honda Gold Wing F6B ที่ย่อส่วนลงมา เพราะมันมีแฟร์ริ่งในลักษณะเดียวกันจากมุมมองของคนขับ และบังลมหน้าที่สั้น อีกรุ่นที่ดูคล้ายๆก็คือ CTX700 จากมุมมองในตำแหน่งเบาะนั่งเช่นกัน

แน่นอนว่าการขับ Forza นั้นให้ความรู้สึกที่เล็กกว่าทั้งสองรุ่นที่กล่าวมา และตำแหน่งเบาะนั่งก็ดูกระทัดรัด พื้นที่วางเท้านั้นยาว ทำให้คุณวางเท้าได้หลากหลายแบบตามใจชอบ ด้วยความสูงของผมที่ไม่มาก ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกสบายตัวเต็มที่กับการวางเท้าไว้ในตำแหน่งหน้าสุด เพราะผมต้องวางเท้าไว้สูงเพื่อเท้าจะได้ราบ ไม่ก็ต้องวางเท้าตรงบริเวณที่ลาดเอียงเพื่อที่ส้นจะได้แตะพื้นที่เรียบด้านล่าง

น้ำหนักรถที่มากกว่า 400 ปอนด์และมีพื้นที่ให้ล้อเคลื่อนที่ขึ้นลงได้เพียงสี่นิ้วนั้นทำให้ความสามารถในเรื่องของระบบกันสะเทือนของ Forza คันนี้นั้นจำกัดไปมาก บนถนนที่ขรุขระทั่วไปก็ถือว่าระบบกันสะเทือนทำงานได้ดี ขออย่าลงหลุมแรงๆเป็นพอ

กรณีเจอลูกระนาดแล้วละก็ถือว่า Forza ทำได้ดี นุ่มนวล แต่หากเจอลูกระนาดแบบเหลี่ยมๆ ก็อาจจะรู้สึกรำคาญสักหน่อยแต่ไม่ถึงกับสูญเสียการควบคุม ปัญหาเกิดจากยางรถที่มีขนาดเล็กทำให้การเจอหลุมบ่ออาจจะไม่สุนทรีย์นัก การขับขี่ไปตามทางที่คดเคี้ยวนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพถนน หากเป็นถนนเรียบปกติก็ถือว่าขับได้อย่างสนุกและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ การควบคุมรถ ระบบกันสะเทือน เบรก และเครื่องยนต์ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี แต่หากเจอถนนขรุขระคุณก็ต้องหักหลบไปมาและต้องขับช้าลงเหมือนรถทั่วๆไป

ภาพรวมแล้วถือว่า Honda ทำได้ดีสำหรับ Forza คันนี้ในแง่ของการขนสัมภาระ สามารถเก็บหมวกกันน้อคได้ถึงสองใบ ด้วยช่องเก็บที่ยาวพอเหมาะ ในแฟร์ริ่งก็มีช่องเก็บของทั้งแบบที่ล้อคได้และไม่ได้อย่างละ 1 พร้อมช่องจ่ายไฟสำหรับการชาร์ชมือถือระหว่างขับขี่ด้วย

โดยสรุปก็ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ขับได้สบายๆ เป็นรถขนาดกลางที่ขับบนทางหลวงก็ได้หรือจะไว้ซอกแซกไปตามถนนที่การจราจรคับคั่งก็ไม่ลำบาก

2014 Honda Forza Specs

  • Engine Type: 279.2cc liquid-cooled single-cylinder four-stroke
  • Bore and Stroke: 72.0mm x 68.6mm
  • Compression ratio: 10.5:1
  • Valve Train: SOHC; four-valve
  • Induction: PGM-FI with automatic enrichment
  • Ignition: Full transistorized
  • Transmission: Honda V-Matic belt-converter continuously variable automatic transmission
  • Suspension: Front – 35mm telescopic fork; 3.7 inches travel; Rear – Twin shock; 3.9 inches travel
  • Brakes: Front – Single 256mm disc with three-piston caliper with CBS; Rear – 240mm disc with single-piston caliper with CBS
  • Optional Combined ABS
  • Tires: Front – 120/70-14; Rear – 140/70-13
  • Wheelbase: 60.9 inches
  • Rake (Caster Angle): 27° 0’
  • Trail: 89mm (3.5 inches)
  • Seat Height: 28.2 inches
  • Fuel Capacity: 3.0 gallons
  • Fuel Economy Estimate: 68 MPG

ads2



Tags:

อัพเดทล่าสุด


Comments are closed.

บทความล่าสุด
  • MV Agusta Turismo Veloce

    MV Agusta Turismo Veloce วางตลาดฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ads1 มอเตอร์ไซค์ MV Agusta Turismo Veloce ที่ควรจะวางตลาดมานานแล้วนั้นในที่สุดแล้วคาดว่าจะมีการวางจำหน่ายจริงๆในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2015 นี้จากรายงานผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต เป้าหมายของมอเตอร์ไซค์คันนี้คือต้องการแข่งขันโดยตรงกับ Ducati Multistrada โดยคาดว่าจะมีการวางตลาด Turismo Veloce 800 ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า พร้อมๆกับรุ่นที่มีกระเป๋าสัมภาระติดตั้งให้พร้อมสรรพอย่าง Turismo Veloce Lusso Turismo Veloce นี้จะใช้เครื่องยนต์ 3

  • Suzuki Boulevard C90T B.O.S.S. กับการลองขับช่วงสั้นๆ Suzuki Boulevard C90T B.O.S.S. กับการลองขับช่วงสั้นๆ ads1 Suzuki 2015 Boulevard C90T B.O.S.S คันนี้เป็นมอเตอร์ไซค์แนว bagger สัญชาติญี่ปุ่นที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V-Twin ระบายความร้อนด้วยอากาศ จากการลองขับช่วงสั้นๆ ถือได้ว่ามีคุณสมบัติน่าประทับใจอยู่ไม่น้อย มองจากภายนอกแล้วเส้นสายต่างๆดูเหมือนจะไร้ที่ติ การออกแบบที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์แนว bagger ผสมความเป็นคลาสสิคของมอเตอร์ไซค์สไตล์อเมริกันมาพร้อมสรรพ เราชอบมากกับรุ่นพิเศษคือ Blacked Out Special Suzuki – B.O.S.S. หรือรุ่นดำสนิทที่เปลี่ยนสีจากปกติเป็นโครเมี่ยมมันวับมาเป็นสีดำสนิทของชิ้นส่วนต่างๆอย่างเช่น

  • 2015 MV Agusta F4 เต็มพลังด้วย 210 แรงม้า 2015 MV Agusta F4 เต็มพลังด้วย 210 แรงม้า ads1 MV Agusta F4 ตัวใหม่จะให้แรงม้าถึง 210 แรงม้า และมีน้ำหนักเพียง 175 กิโลกรัม จากการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆนี้ ภาพของ F4 SBK ตัวใหม่ที่เห็นข้างบนนั้นถูกถ่ายมาจากงานเปิดตัวและกำลังแพร่หลายบนโลกออนไลน์ ซึ่งจากภาพจะเป็นได้ชัดเจนถึงสเป็คสำหรับลูกค้าบางรายของ F4 ตัวใหม่ที่จะลงแข่งในสนาม World Superbike ในปีหน้านี้ โดยมอเตอร์ไซค์รุ่นปี 2015

  • Suzuki GSX-R1000 และ GSX-R750 โดนเรียกกลับ 23,073 คันในอเมริกา Suzuki GSX-R1000 และ GSX-R750 โดนเรียกกลับ 23,073 คันในอเมริกา Suzuki ได้เรียกกลับมอเตอร์ไซค์รุ่น GSX-R จำนวน 23,073 คันในอเมริกาเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับตัวปรับโซ่ การเรียกกลับครั้งนี้ส่งผลต่อมอเตอร์ไซค์ GSX-R750 ตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2014 และรุ่น GSX-R1000 จากปี 2009 ถึง 2014 จากเอกสารที่เปิดเผยโดยหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางถนนของอเมริการะบุว่า ตัวปรับโซ่ของรุ่นที่มีปัญหานั้นอาจจะได้รับความเสียหายหากนักบิดเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นแล้วพลาด และหากพยายามเข้าเกียร์ใหม่อีกครั้งโดยไม่ได้ปล่อยคลัชก็จะเป็นการสร้างแรงเค้นอย่างแรงให้กับโซ่ จะมีการส่งแรงดึงแกนล้อไปด้านหน้าผลก็คือจะทำให้ตัวปรับโซ่พัง หากตัวปรับโซ่พังก็จะทำให้โซ่หลมและอาจจะทำให้โซ่หลุดออกมาได้

  • 2015 MV Agusta Dragster RR ภาพโผล่ 2015 MV Agusta Dragster RR ภาพโผล่ ads1 หลังจากมีการโหมออกสื่อเรียกน้ำย่อยมานาน โดยการเผยภาพและวิดีโอเมื่อตอนต้นเดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ดูเหมือนว่าทาง MV Agusta เหมือนจะเร่งรีบดำเนินการในเชิงการตลาดมากขึ้นเนื่องจากเริ่มมีภาพหน้าตามอเตอร์ไซค์คันนี้แบบเป็นทางการโผล่มาให้เห็นกันแล้ว เสียอย่างเดียวมีแต่ภาพรายละเอียดสเป็คต่างๆไม่มี แต่เป็นที่คาดกันว่า 2015 Dragster RR ตัวใหม่นี้น่าจะคล้ายๆกับ MV Agusta Dragster 800 ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ความแตกต่างที่เห็นได้ก็คงเป็นเรื่องของล้อ Kineo สีรถ และตัว sterring damper

5 อันดับเรื่อง HOT