ล่าสุด

รีวิว มอเตอร์ไซค์ 2014 Harley-Davidson Electra Glide Ultra Limited

Review 2014 Harley Davison Electra Glide Ultra Limited

Review 2014 Harley Davison Electra Glide Ultra Limited

รีวิว มอเตอร์ไซค์ 2014 Harley-Davidson Electra Glide Ultra Limited ทดสอบการขับขี่

ถือเป็นการทดสอบมอไซค์ Harley-Davidson ที่มีระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวเป็นครั้งแรกของเรา

มอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson Electra Glide คันนี้ส่วนนึงมองได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์แบบทัวร์ริ่งและอีกส่วนหนึ่งก็คือมอเตอร์ไซค์ย้อนยุคด้วยรูปลักษณ์ที่มีลักษณะโดดเด่นตามสไตล์ของ HD แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆล้ำยุคเสมอ และโมเดลแรกๆของบริษัทมอเตอร์ไซค์ที่ใช้ระบบสตาร์ทรถไฟฟ้า และถือเป็นตัวเลือกของนักบิดที่ชอบเดินทางไกลมากว่า 45 ปีแล้ว

หลายอย่างได้รัการปรับปรุงในตลอดช่วงหลายปีที่ผ่าน อย่างจานเบรกนี้ถือว่ายอดเยี่ยมทีเดียว และการปรับปรุงครั้งใหญ่ก็เริ่มต้นเมื่อปี 2009 ที่เราได้เห็นว่ารถแนว tourer คันใหญ่นี้สายการผลิต FL ได้รับการปรับปรุงในเรื่องของเฟรม สวิงอาร์ม และระบบการติดตั้งเครื่องยนต์เข้ากับเฟรม แต่อย่างไรก็ตาม มอเตอร์ไซค์เหล่านี้ก็ยังคงสไตล์ความเป็น Harley-Davidson อยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับปี 2014 นี้รุ่น Electra Glide ไม่เพียงแค่ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นการเกิดใหม่เลยทีเดียว โครงการที่ชื่อว่า Rushmore ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่างๆเป็นจำนวนร้อยๆรายการ บางอย่างก็เปลี่ยนไปมากอย่าง หัวสูบระบายความร้อนด้วยของเหลว เบรก ABS แบบเชื่อมโยง และการปรับสไตล์ของกระเป๋าสัมภาระและรูปทรงของรถใหม่ บางอย่างก็เปลี่ยนเล็กน้อยเช่นช่องเติมน้ำมันแบบสัมผัส และหน้าปัทว์พร้อมลายกราฟฟิกใหม่

ไม่นานมานี้เราได้ลองมอเตอร์ไซค์แนวทัวร์ร่ิงจากโปรเจค Rushmore เป็นจำนวนหลายคันและพบว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

คันที่โดดเด่นในกลุ่ม tourer ก็คือ Electra Glide Limited ที่มาพร้อมกับ Boom Box 6.5 ระบบข้อมูลพร้อมเอนเทอร์เทนเม้นหรือในชื่อที่ว่า Infotainment เป็นระบบเครื่องเสียงและระบบนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อน แต่ใช้งานง่ายด้วยระบบเลือกตั้งค่าด้วยหัวแม่มือ ระบบนี้มาพร้อมกับระบบจดจำเสียงและ Bluetooth ไว้เชื่อมโยงกับอุปกรณ์อื่น ถือเป็นระบบที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้มามากจากระบบเดิมที่เคยใช้อย่าง Harman/Kardon ในรุ่นก่อนๆ

ในแง่ของเครื่องยนต์ที่ให้พลังสูงแบบทวินแคม 103 โดยรุ่นที่หัวไม่ได้ระบายความร้อนด้วยของเหลวจะให้แรงบิดที่ 95.6 ปอนด์ฟุต เพิ่มขึ้น 6.7 จากรุ่นก่อนหน้าก่อนโครงการ Rushmore ที่เราได้เคยทดสอบมาแล้ว แรงม้าสูงสุดก็ดีขึ้นกว่าเดิมจาก 69.4 เป็น 76.0 การเพิ่มระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวตรงบริเวณหัวสูบนั้นจะเป็นตัวช่วยให้เครื่องยนต์ยังคงสมรรถนะสูงสุดอยู่ได้ในภาวะโหลดสูงอย่างเช่น บรรทุกผู้โดยสารและขับในภาวะความร้อนสูง ทาง ฮาร์เลย์กล่าวว่าเครื่องยนต์ระบบ Twin-Cooled นี้จะจะให้แรงบิดสูงสุดมากกว่าเครื่องยนต์แบบธรรมดาถึง 10.7 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว ในขณะที่เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศแบบกำลังสูง (High Output) 103 นั้นให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวามากกว่า แต่ความรู้สึกตอนเร่งเครื่องยนต์ระหว่างทั้งสองแบบนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย สำหรับรุ่น CVO นั้นจะมาพร้อมกับ wethead Twin Cam 110 สำหรับรุ่นปี 2014 ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเครื่องยนต์ทีเราอยากเห็นกับทุกรุ่นที่เป็น tourer ของ Harley

ระบบระบายความร้อนใหม่ที่ติดตั้งบน Electra Glide Ultra นั้นจะซ่อนอยู่อยู่ภายในเสียส่วนใหญ่ ส่วนคนที่ช่างสังเกตุหน่อยจะเห็นว่าแผงระบายความร้อนที่แมลงชอบไปติดอยู่บ่อยๆนั้นอยู่ในตำแหน่งล่างลงมาของแฟร์ริ่ง นอกจากนั้นแล้วทุกอย่างสวยงามไม่มีที่ติ ทำนองเดียวกันระบบเบรก ABS ใหม่นั้นก็เอาไว้ลองขับแล้วแล้วดูผลงานมากกว่าที่จะมีอะไรให้เห็นจากภายนอก ระบบเบรกใหม่นี้ทำงานแตกต่างจากที่เราคุ้นเคย โดยระบบอิเลคทรอนิคส์จะปรับแต่งสัดส่วนการเบรกทั้งล้อหน้าแลหลังขึ้นอยู่กับว่าคนขับใช้เบรกอย่างไร ถ้าหากคุณเป็นนักบิดที่ชำนาญแล้วและใช้เบรกหน้าและเบรกหลังอย่างพอเหมาะระบบ Reflex นั้นแทบจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวมากนัก แต่หากคุณเป็นนักบิดหน้าใหม่หรืออยู่ในภาวะตกใจ ระบบ Reflex linked ABS ก็จะเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่นจัดปรับแต่งค่าเบรกใหม่หากคุณเหยียบเบรกหลังจนมิดแต่ไม่แตะเบรกหน้าเลยเป็นต้น ระบบเบรกแบบเชื่อมโยงนี้จะไม่ทำงานที่ความเร็วต่ำกว่า 40 กม/ชม ซึ่งเป็นสภานการณ์ความเร็วต่ำเช่นการเลี้ยวโค้งที่คุณอาจจะอยากใช้เบรกหลังมากกว่า

อีกระบบที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงสำหรับรุ่นปี 2014 คือระบบคลัชแบบไฮดรอลิกค์ใหม่ พร้อมตะเกียบหน้าที่ดูบึกบึนกว่าด้วยขนาด 49 มม ที่มาแทนที่ของเก่าที่มีขนาด 43 มม และล้ออลูมิเนียมหล่อที่แจ้งว่าแข็งแรงกว่าและเบากว่าเดิม

แต่สำหรับคนที่เลือกซื้อ Electra Glide แล้วมักจะสนใจในแง่ของการขับขี่ที่สะดวกสบายและฟังก็ชั่นการใช้งานเท่าๆกับคุณสมบัติทางด้านเครื่องยนต์ มาคราวนี้ Harley ก็ได้ปรับปรุงขึ้นมาอีกหลายประเด็น อย่างระบบฝาปิดถังแบบเก่าก็หายไป มองจากระยะไกลแล้วถังน้ำมันและกระเป๋าสัมภาระนั้นดูเล็กลงและปราดเปรียวขึ้นแต่ในแง่ความจุแล้วถือว่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทุกกระเป๋าปิดได้สนิทและระบบล้อคแบบชั้นเดียว กระเป๋าข้างนั้นเปิดได้ง่ายแมัตัวคุณจะนั่งอยู่บนรถ ทำให้คุณสามารถหยิบจับของได้ง่ายขณะหยุดรถ

และที่โดดเด่นในแง่การออกแบบก็คือระบบแฟร์ริ่งใหม่ที่อยู่บนตะเกียบหน้า ลักษณะแบบปีกค้างคาวที่โด่งดังมาตั้งแต่ปี 1969 นั้น กลับกลายเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์ไฮเทค ที่นอกจากจะเป็นที่ติดตั้งหน้าปัทว์แสดงข้อมูลต่างๆและระบบเสียงแล้ว ยังมีระบบช่องลมที่ยาวขึ้นเพื่อลดมวลอากาศบริเวณศรีษะคนขับที่คนขับ Harley บ่นกันมานาน แบบใหม่นี้คุณจะไม่รู้สึกว่ามีอากาศปะทะมากนัก ระบบการไหลของอากาศจะสร้างหลุมอากาศขนาดเล็กที่จะลดความแปรปรวนของอากาศได้มาก

เบาะนั่งนั้นจะกว้างกว่าและลึกกว่าสำหรับรุ่นใหม่นี้ และหลังจากผมลองขับอยู่สองวันก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายตัวแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วทาง Harley ได้ให้ความใส่ใจเป็นพิเศษสำหรับผู้โดยสารอีกด้วย แทนที่จะสร้างโครงรถขี้นมาแล้ววางเบาะนั่งผู้โดยสารเข้าไป ทางวิศวกรของ Harley กลับมองถึงว่าผู้โดยสารจะชอบและรู้สึกอย่างไรกับการนั่งอยู่ด้านหลังแล้วออกแบบโครงรถไปตามนั้น

และนี่คือสิ่งที่เป็นพื้นฐานของโปรเจค Rushmore หรือสิ่งที่ทาง Harley ตั้งใจสำหรับคำที่ว่า การเดินทางที่นำโดยนักบิด “a journey led by riders” ประกายฝันคือการพัฒนาทุกๆด้านเพื่อให้เพิ่มอรรถรสในการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่แค่ปรับปรุงเฉพาะตัวมอเตอร์ไซค์เท่านั้น และท้ายที่สุดแล้ว ความมหึมาของโครงการนี้และการปรับปรุงเรื่องต่างๆจำนวนมากในการเพิ่มความสุนทรีย์ภาพในการขับขี่นั้นคงไม่สามารถเข้าใจและเล่าออกมาได้จากการได้ลองขับเพียงสองสามวัน แต่กลายเป็นบางสิ่งที่ต้องมีการได้ลองรับรู้ถึงผลลัพธ์ในทุกๆด้านหลังจากได้ใช้ชีวิตอยู่กับมัน และคิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่มีคนวาสนาถึงไม่กี่คนที่จะได้เป็นเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์จากโครงการ Rushmore คันนี้ได้ค้นพบและมีความสุขกับมัน

เรียบเรียงจาก cycleworld.com

ads2

Advertisment

6,540 views