ล่าสุด

2013 Vespa LX, S 125/150 3V รีวิวการขับขี่

Vespa LX and S

รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์ 2013 Vespa LX, S125/150 3V

ชื่อเสียงของ Vespa นั้นเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และ Vespa ยุคใหม่นี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่นยอดนิยมอย่าง S และ LX โดยมอเตอร์ไซค์ Vespa ขนาด 125cc นั้นจะวางขายไปทั้วโลก แต่ในอเมริกานั้นจะวางขายเพียงรุ่น 150cc เท่านั้น และคาดว่าจะเริ่มวางตลาดในอเมริกาประมาณปลายปี 2013 หรืออาจจะต้นปี 2014 สำหรับรุ่นปี 2013 และราคาในอเมริกาคาดว่าจะอยู่ในช่วง $4499 USD สำหรับรุ่น S และ $4599 สำหรับรุ่น LX (ราคามอเตอร์ไซค์ Vespa ดูได้ที่นี่ครับ)

มอเตอรไซค์ Vespa เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1946 ด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ใช้สำหรับการเดินทางทั่วๆไปในราคาที่ถูก และในระยะเวลา 66 ปีที่ผ่านมา Vespa ได้ขายมอเตอร์ไซค์ไปแล้วกว่า 17 ล้านคัน เราได้ลองทดสอบมอเตอร์ไซค์ Vespa รุ่นล่าสุดคือ S และ LX ที่มีเครื่องยนต์แบบ 3 วาล์วที่กรุงโรม บ้านเกิดของ Vespa แล้วจะมาเล่าให้ฟังกัน

ผมเลือกมอเตอร์ไซค์ Vespa LX 150 มาขับเป็นคันแรกและเริ่มสะดุดตากับขนาดที่เล็กกระทัดรัด ทั้งรุ่น LX และ S นั้นเล็กเสียจริงๆ และนั่นว่าทำไมจึงเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดีมากๆ คันหนึ่ง โครงรถมอเตอร์ไซค์สกู้ตเตอร์ที่เล็กอย่างนี้มีน้ำหนักเพียง 240 ปอนด์เท่านั้น ด้วยน้ำหนักผมขนาด 200 ปอนด์ผมก็เลยหนักกว่ารถซะงั้น

เบาะนั่งสีน้ำตาลของรุ่น LX นั้นนั่งสบายมากๆ รองรับสองคนได้สบายๆ รุ่น S ก็มีเบาะที่สบายเช่นกันแต่จะมีขอบสีขาวรอบๆ เพิ่มเติมขึ้นมา จากตำแหน่งที่นั่งคนขับ ทั้งสองรุ่นจะดูแตกต่างกัน เพราะรุ่น LX จะมีแผงหน้าปัทว์ที่ออกแบบมาใหม่แนวดิจิตอล ขณะที่รุ่น S จะมีหน้าปัทว์กลมๆแบบอนาลอกอยู่สองวงและมีอุปกร์อื่นๆอยู่ด้านล่าง

รุ่น LX 125/150 3V ยังมีช่องเก็บถุงมือขนาดใหญ่ที่ปิดล้อคได้ ขณะที่รุ่น S 125/150 3V นั้นจะเป็นช่องเก็บของแบบเปิดสองช่อง ทั้งสองรุ่นจะมีตะขอไว้คล้องถุงสิ้นค้าที่เราอาจจะออกไปช้อปปิ้งมา ใต้เบาะนั่งจะมีช่องเก็บหมวกกันน้อคและอื่นๆเช่นเสื้อแจ้คเก็ตเป็นต้น

สำหรับรุ่น LX 125/150 2V แนวทัวร์ริ่งจะมีแผงโครเมี่ยมด้านหน้าและด้านหลังสำหรับไว้ผูกกระเป๋าสัมภาระขนาดใหญ่ด้านหลัง และกระเป๋าขนาดเล็กลงหน่อยที่ด้านหน้า โดยรุ่นที่ออกมาแนวทัวร์ริ่งของ LX นี้ได้เปลี่ยนโฉมให้ดูเหมือนเป็นสกู๊ตเตอร์ที่ทำมาเฉพาะที่ดูโดดเด่น ผมเลยขอแนะนำว่าควรจะซื้อหารุ่น 150 ที่เป็นทัวร์ริ่งจะเป็นการดี ด้วยเพราะมีแรงม้ามากกว่าเล็กน้อย และอาจจะมีโมเมนตัมเพิ่มจากน้ำหนักที่เพิ่มอีกเล็กน้อยด้วย

ข่าวใหม่สุดๆของ LX และ S 125/150 3V ก็คงเป็นเรื่องวาล์ว 3 วาล์วใหม่ เครื่องยนต์สี่จังหวะระบายความร้อนด้วยอากาศ เครื่องยนต์จะเป็นขนาด 124cc และ 155cc และให้แรงม้าที่ 11.6 และ 12.9 ตามลำดับ ความจริงตัวเลขอาจจะดูไม่ต่างกันมากแต่เมื่อลองขับทั้งสองกันเทียบกันแล้วผมชอบ 155cc มากกว่าเพราะให้แรงบิดช่วงต้นที่ดี และการตอบสนองที่เร็วกว่าเมื่อเวลาได้ไฟเขียวแล้วบิดนำหน้าคนอื่นในกรุงโรม แต่แน่หละนักบิดอเมริกันคงไม่มีตัวเลือก 125cc ให้เลือกอยู่แล้ว

ผมประทับใจกับมอเตอร์ไซค์คันขนาดเล็กที่ผลิตที่เมือง Tuscany คันนี้มาก ในวันที่ทดลองขับมอเตอร์ไซค์วนรอบกรุงโรมวันที่สองผมลองเจ้า S 150 3V ด้วยความเร็วสูงสุด หน้าปัทว์โชว์ความเร็วที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความแตกต่างที่เราพบได้ระหว่าง 125 กับ 150 ก็คือแรงบิดที่ออกมาในช่วงต้นๆ นั่นเอง

ความเสถียรของมอเตอร์ไซค์ทั้งกรณีที่ขับเร็วและบนถนนที่ขรุขระนั้นก็ถือว่าน่าประทำใจสำหรับรถคันขนาดเล็กเช่นนี้ ล้อหน้าขนาด 11 นิ้วและล้อหลังขนาด 10 นิ้วมาพร้อมยาง Michelin Pilot City ซึ่งเหมาะสำหรับทุกสถานการณ์และดอกยางก็เหมาะสำหรับถนนเปียกอีกด้วย ยางหน้าเป็นขนาด 110/70 และยางหลัง 120/70

กันสะเทือนหน้าเป็นสปริงคอล์ยพร้อมโช้คเดี่ยวสองประสงค์บนก้านเดี่ยว ล้อหลังก็เช่นเดียวกันแต่ที่มีเพิ่มเติมก็ตัวปรับค่าพรีโหลด รุ่น S จะมีคอล์ยสีแดงส่วนรุ่น LX จะมีคอล์ยสีดำ

ผมพบว่าระบบกันสะเทือนทำงานได้ดี ผมบิดเต็มที่ไปกับทุกสภาพถนนไม่ว่าจะหลุมบ่อ ถนนขรุขระ ก็ถือว่าผ่านไปได้สวย โครงรถที่ทำด้วยเหล็กเสริมความเกร่ง รวมทั้งเครื่องยนต์และสวิงอาร์มด้านหน้าทำหน้าที่เป็นแชซซีไปในตัว เวสป้าจะหาชิ้นส่วนพลาสติกได้ยาก ซึ่งจะรู้สึกได้เวลาคุณขับมอเตอร์ไซค์ไปบนถนนขรุขระว่ามอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ที่ทำจากพลาสติคนั้นจะมีเสียงดังตามมาจนบางทีคุณคิดว่ามันจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ

ตอนขับขี่ไปในโรมผมเก็บโทรศัพท์มือถือไว้ในช่องเก็บของด้านหน้าในรุ่น S 125 หรือ 150 และผมก็อ่าน SMS ถ่ายรูปแล้วส่งขึ้น Facebook จากในช่องเก็บของนั่นแหละครับ ผมไม่แนะนำให้คุณทำตามผมนะครับเพราะหลายๆประเทศอาจจะเป็นเรื่องผิดกฏหมาย รวมถึงกรุงโรมด้วย

ผมลองให้มีผู้โดยสารมาด้วยบนอานรถ S150 ก็ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด แม้จะมีผู้โดยสารมาาด้วยการออกตัวก็ยังทำได้ดีและการขับขี่ก็ไปได้สบายๆ

รุ่น S 125/150 นั้นแตกต่างจาก LX อย่างเห็นได้ชัดตรงไฟหน้าที่เป็นแบบเหลี่ยมและกระจกมองหลังโครเมี่ยมขณะที่รุ่น LX จะออกกลมมน อีกทั้งรุ่น LX จะมีลูกเล่นชิ้นส่วนที่เป็นโครเมี่ยมมากขึ้น ทั้งสองรุ่นจะจุน้ำมัน 8.3 ลิดตร (2.2 แกลลอน) โดยทาง Vespa กล่าวว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะเป็น 55 กม ต่อลิตร (129 ไมล์ต่อแกลลอน) หากขับที่ความเร็วคงที่ 50 กม/ชม ระยะระหว่างการเข้าศูนย์บริการจะอยู่ที่ 10,000 กิโลเมตร

ผลสรุป

ในปี 2011 Vespa ได้ขายมอเตอร์ไซค์คันจิ๋วนี้ไปเป็นจำนวนถึง 115,000 คัน นั่นเป็นตัวเลขที่แสดงว่าคนทั่วไปชื่นชอบเวสป้ากันขนาดไหน มอเตอร์ไซค์เวสป้านั้นร ขับง่ายค่าบำรุงรักษาต่ำ และคุณไม่ต้องรู้เรื่องเครื่องยนต์อะไรเลย แต่ราคาอาจจะสูงกว่าของญี่ปุ่นอยู่มากแต่มันก็มีคุณค่าของตัวมันเองเป็นเดิมพันอยู่แล้ว

มอเตอร์ไซค์ Vespa ทั้งสองรุ่นนี้มีเป้าหมายคือนักบิดตัวเล็ก แต่แม้หุ่นผมจะใหญ่กว่าปกติก็ถือว่าขับสบายทีเดียว ผมชอบรุ่น 150 มากกว่าด้วยเหตุผลที่ชัดเจน ด้วยการที่เป็นรถขนาดเล็ก น้ำหนักเบามันเลยทำให้ขับง่ายแม้คนที่กล้ามไม่ค่อยแข็ง การจอดก็สบายๆ และรุ่น LX และ S นั้นเป็นรถที่ขึ้นคร่อมแล้วออกตัวได้ทันที น้ำหนักเบา การขับขี่ในใจกลางเมืองนั้นถือว่าเหมาะสมที่สุด

เรียบเรียงโดย mocyclover.com
แหล่งข้อมูล motorcycle.comVespa LX and S

ads2

Advertisment

13,881 views