ล่าสุด

2014 Piaggio MP3 500 Sport รีวิวการขับขี่มอไซค์ : First ride

Piaggio-MP3-500

2014 Piaggio MP3 500 Sport รีวิวการขับขี่มอไซค์ : First ride

ช่วงที่ผ่านมาบ้านเราก็ฮือฮากับมอเตอร์ไซค์ 3 ล้อของ Yamaha กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันบ้างนะครับว่ายี่ห้ออื่นของมอเตอร์ไซค์สามล้อในต่างประเทศเขาเป็นยังไงกันบ้าง วันนี้ก็เลยเอารีวิวมอเตอร์ไซค์ 2014 Piaggio MP3 500 มาให้อ่านกันนะครับ

ในปี 2006 นั้นทาง Piaggio ก็ลองเสี่ยงครั้งใหญ่กับการพยายามผลิตมอเตอร์ไซค์รุ่น MP3 ซึ่งเป็นมอเตอร์ไซค์แบบสามล้อรุ่นแรก การเสี่ยงในครั้งนั้นถือว่าไม่เลยเลยเมื่อเทียบกับยอดขายกว่า 150,000 คันแล้วทั่วโลกสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้ ความสำเร็จนี้เป็นผลให้คู่แข่งต่างก็ทยอยออกมอเตอร์ไซค์แนวนี้มาทำตลาดกันหลายรุ่นอย่างของ Peugeot Metropolis และ Yamaha Tricity อันโด่งดังในบ้านเรา

ในจำนวนยอดขายทั้ง 150,000 คันนั้น ในฝรั่งเศสทำยอดขายไปแล้วกว่า 70,000 คัน ซึ่งถือเป็นตลาดใหญ่สุดรองลงมาก็เป็นเยอรมัน และอังกฤษ ซึ่งก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องน่าแปลกแต่ประการใดเนื่องจากมอไซค์รุ่นใหม่นี้มีการเปิดตัวที่กรุงปารีสในตอนนั้น และตอนนี้ก็ได้เห็น MP3 วิ่งกันเกลื่อนท้องถนนปารีสก็ว่าได้

Piaggio-MP3-500-2

แม้ว่ามอเตอร์ไซค์ MP3 ตัวใหม่นี้จะหน้าตาดูเหมือนกับรุ่นเก่า แต่ส่วนต่างๆกว่า 80% ของ MP3 500 รุ่นปีนี้นั้นเป็นของใหม่ จากแนวโน้มของ Vespa 2014 GTS 300 Super ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ สไตล์ของ MP3 ก็ได้รับการปรับแต่งและมาพร้อมทั้งระบบ traction control และ ABS ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นแรกที่มีระบบดังกล่าว

เครื่องยนต์นั้นเป็นขนาด 493cc สูบเดี่ยวซึ่งได้รับการปรับปรุงขึ้นไปอีกโข พร้อมระบบหัวฉีดใหม่ ระบบ ride-by-wire และโหมดเครื่องยนต์ให้เลือกสองโหมดด้วยกัน โดยทาง Piaggio แจ้งว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้ลดเสียงโดยรวมได้ลงกว่า 50% และกินน้ำมันน้อยลง 15%

ตัวถังของมอเตอร์ไซค์ก็ได้มีการเสริมให้แข็งแรงขึ้นในช่วงด้านหลังทำให้มอเตอร์ไซค์ตัวใหม่ MP3 นี้แข็งแรงกว่าเดิม 35% ความยาวของเบาะนั่งจึงได้มีการยืดจาก 630มม เป็น 790 มม ซึ่งถือว่ายาวขึ้นราว 25% อันจะทำให้ทั้งคนขับและผู้โดยสารมีพื้นที่มากขึ้น และทำให้มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะจุ 50 ลิตร ซึ่งสามารถเก็บหมวกกันน้อคแบบเต็มใบได้สองใบ พร้อมพื้นที่ว่างพอเก็บของอื่นๆได้อีกด้วย

Piaggio-MP3-500-3

มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมระบบซอฟท์แวร์ PMP 2.0 ซึ่งเป็นระบบที่จะทำให้เราสามารถต่อ smartphone ผ่าน USB เข้ากับมอเตอร์ไซค์ได้ด้วยโดยวางไว้ตำแหน่งถัดจากแผงหน้าปัทว์ได้เลย เพื่อแสดงค่าต่างๆอย่างค่ามุมเอียงสูงสุด ค่าแรงบิด เปอร์เซ็นการไถลของล้อ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลูกเล่นทั่วๆไป แต่ก็ยังมีประโยชน์ในแง่การหาเส้นทาง และแอพไว้หามอเตอร์ไซค์เวลาลืมไว้ว่าจอดที่ไหน

การออกแบบมอเตอร์ไซค์คันนี้เหมือนเอาใจคนขับรถยนต์อยู่ในตัว อย่างแผงหน้าปัทว์ที่ดูคล้ายรถยนต์ขนาดเล็ก ช่องเสียบกุญแจที่มาพร้อมกุญแจหนาเหมือนของรถยนต์ ถือว่าเป็นการออกแบบที่ดึงดูดใจให้คนขับรถยนต์หันมาใช้มอเตอร์ไซค์ได้มากขึ้น

การขับขี่มอเตอร์ไซค์สามล้อไม่ต้องกลัวล้มคันนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกันขับขี่มอไซค์แนว scooter ธรรมดาๆ คันนึง ซึ่งก็พอชดเชยกันได้กับความรู้สึกคล่องตัวที่อาจจะหายไปบ้างหากเทียบกับมอไซค์สองล้อเนื่องจากการเกาะหนึบของถนนจากล้อที่เพิ่มมา แม้ถนนในเมืองอาจจะเจอเหตุการล้อหมุนฟรีได้ยากหน่อย แต่เราสามารถบิดคันเร่งทะยานไปข้างหน้าได้สุดแรงเมื่อมีโอกาส โดยไม่ต้องกลัวว่าล้อหน้าจะไถลไปไหน หากเข้าโค้งเร็วเกินไปสิ่งที่จะพบก็เป็นเรื่องของการเลี้ยวที่เหมือนจะให้วงกว้างไป แต่ก็ยังพอจัดการได้ ไม่ถึงกับต้องกลัวว่าล้อหน้าจะลอย

ระบบ traction control นั้นทำงานได้ดี ตอนขับจะรู้สึกได้ว่าระบบพยายามลดแรงบิดล้อหลังลงเมื่อมีการรับรู้ว่าพลังเครื่องยนต์อาจจะทำให้ล้อไถลได้ ด้วยแรงม้าเพียง 20 แรงม้า นั้นการทรงตัวที่มาจากล้อที่สามนั้นอาจจะเป็นคำถามให้ใครหลายคนว่าจำเป็นหรือไม่ เพราะด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นมาก็น่าจะมาจากประเด็นนี้มากอยู่ แต่แน่นอนว่าคนที่ไม่ค่อยถนัดในการขับมอเตอร์ไซค์เพราะกลัวล้ม หรือขับติดไฟแดงแล้วไม่แรงพยุงก็ถือว่าน่าจะคุ้มค่าพอตัว

ว่ากันตามจริงแล้วเราอาจจะขับตลอดเส้นทางโดยไม่จำเป็นต้องเอาเท้าแตะพื้นเลย แฮนด์ด้านขวามมือจะมีสวิสท์ที่จะล้อคกันสะเทือนหน้าเอาไว้ ป้องกันไม่ให้ MP3 เอียงตัวมากเกินไปเมื่อรถหยุดนิ่ง สวิทส์จะส่งเสียง บิ้บๆ เมื่อกดและจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อความเร็วต่ำกว่า 16 กม/ชม เท่านั้นและคันเร่งต้องปิดเอาไว้ด้วย อาจจะต้องใช้เวลาประมาณนึงในการที่จะคุ้นเคยกับมัน จนผมพบว่าวิธีการที่ดีที่สุดคือ พอกำลังเจอไฟแดง เล็งล้อหน้าให้ตรงทำแหน่งที่คิดว่าจะหยุดรถ แล้ก็กดสวิทส์ แล้วปล่อยให้รถไหลไปตำแหน่งที่ต้องการ ด้วยบรรดาสื่อมวลชลราว 20 คนที่มาทดสอบมอไซค์คันนี้กัน ตามแยกต่างๆเลยเต็มไปด้วยเสียงบี้บๆ ของมอไซค์ดังกันระงม

ล้อหน้าจะเป็นขนาด 13 นิ้ว แทนที่จะเป็น 12 นิ้ว และมาพร้อมสีดำวาวสำหรับรุ่นสปอร์ท ขณะที่รุ่น Business จะเป็นสีเงินและสีเบาะกับสีของราวจับผู้โดยสารที่ต่างกันออกไป เบรกหน้าแบบดิสก์เบรกก็มีขนาดใหญ่ขึ้นจาก 240 มม เป็น 258 มม เพื่อการจับเบรกทีี่ดีขึ้น อาจจะไม่ใช่แบบโมโนบล้อคแต่ด้วยระบบ ABS ที่มีมาให้นั้นถือว่าหยุดรถน้ำหนัก 260 กิโลกรัมคันนี้ได้ดี

หลังจากขับทดสอบเสร็จแล้วก็ลองเล่นกับแผงหน้าปัทว์ดู ไล่ดูข้อมูลต่างๆที่บันทึกไว้พบว่าความเร็วเฉลี่ยตามท้องถนนที่ไปขับมานั้นอยู่ที่ราว 20 กม/ชม จากที่เห็นวิดิโอโปรโมทมอไซค์คันนี้ที่วิ่งเร็วจี๋ ซัดโค้งด้วยสามล้ออย่างน่าระทึก เสียดายที่ลองทำอย่างนั้นไม่ได้กับสภาพถนนในเมืองที่ลองขับมา

ความเร็วสูงสุดของมอไซค์คันนี้อยู่ที่ 144 กม/ชม และหากขับทางตรงอาจจะได้ถึง 160 กม/ชม หากขับความเร็วคงที่ 48 กม/ชม ทางผู้ผลิตแจ้งว่า MP3 500 คันนี้มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 70 ไมล์ต่อแกลลอน ซึ่งสามารถขับไปไกลได้ 300 กม ต่อน้ำมันหนึ่งถังขนาด 12 ลิตรในทางทฤษฏีทีเดียว

จากการลองขับ MP3 อยู่ 4 ชั่วโมงก็ไม่พบปัญหาเรื่องความปวดเมื่อยในการขับขี่แต่อย่างใด ซึ่งมอไซค์สามล้อว่ากันตามจริงแล้วไม่ใช่แค่เหมาะกับการขับในเมืองอย่างเดียวเท่านั้น การขับระยะไกลๆก็น่าจะทำได้ดีอีกด้วย แต่การเจอหลุมบ่อบางครั้งรู้สึกเหมือนว่าจะสะเทือนมากกว่าที่คาดไปนิดสำหรับมอเตอร์ไซค์ราคาระดับนี้ แต่อย่างอื่นๆแล้วถือว่าทำได้ดี

การเพิ่มล้อที่สามเข้ามานั้นทำให้คุณสามารถขับมอเตอร์ไซค์คันนี้ได้โดยไม่ต้องห่วงกับการล้มมากนัก ทำให้ประสิทธิภาพในการขับขี่นั้นเป็นไปได้ดีทั้งในภาวะถนนแห้งและเปียก สำหรับราคาตีมูลค่าเป็นปอนด์แล้วอยู่ที่ 7,632 ปอนด์ หรือราวๆ 380,000 บาท คาดว่าจะวางจำหน่ายในยุโรปในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

ที่มา visordown.com

ads2

Advertisment

5,102 views