ล่าสุด

BMW S1000R รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์

BMW S1000R review

BMW S1000R รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์ First Ride Review

BMW S1000R ถือเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหม่ที่แย่ที่สุดในการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ กลับกลายเป็นว่าทุกคนรู้ว่าทางบริษัทกำลังพัฒนามอเตอร์ไซค์รุ่นเนคเก็ตของรุ่นเต็มคือ S1000RR กันอย่างถ้วนทั่ว และทุกคนก็รอดูอย่างใจจดใจจ่อกับมอเตอร์ไซค์ที่ให้แรงม้าถึง 193 แรงม้าของรุ่นเนคเก็ตรุ่นนี้

สุดท้ายดูเหมือนจะผิดหวังไปตามๆกันเมื่อเราทราบว่าจริงๆแล้วแรงม้าของมอเตอร์ไซค์ S1000R นั้นมีเพียง 160 แรงม้าเท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าพลังยังแรงเหลือเฟืออยู่แต่ยังน้อยกว่า KTM 1290 Super Duke R ตัวใหม่ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงอยู่ 20 แรงม้าด้วยกัน ก็จังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไม BMW ทำอย่างนั้น

นั่นคือความรู้สึกของผมตอนนั้น แต่สิ่งที่ผมยังไม่รู้ตอนนั้นก็คือว่า S1000R นั้นให้แรงบิดที่มากกว่าตัว S1000RR จนเกือบจะทุกช่วงความเร็วรอบเลยทีเดียว

แรงบิดสูงสุดนั้นจะเหมือนกันคือ 86.2 ปอนด์ฟุต แต่จากช่วงความเร็วรอบ 3,000 ถึง 8,000 มอเตอร์ไซค์ S1000R จะให้แรงบิดออกมามากกว่าเดิม 7 ปอนด์ฟุต นั่นหมายถึงว่าให้แรงบิดออกมามากขึ้นเกือบทุกช่วงความเร็วรอบเลยทีเดียว

มอเตอร์ไซค์แนวเนคเก็ตคันใหม่นี้ก็ถือได้ว่าเป็นยักษ์ตัวเขื่องก็ว่าได้ ทุกเกียร์จะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่สุดยอดในทุกช่วงความเร็วที่พร้อมจะพาคุณทะยานไปสู่อนาคต ลมปะทะนั้นก็พร้อมที่จะเฉือนหมวกคุณให้ปลิวว่อนไปกับแรงลม

เครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็เป็นแบบเดียวกับ S1000RR นั่นคือเครื่องยนต์ขนาด 999cc สี่สูบเรียง พร้อมเฟรมอลูมิเนียม ท่วงท่านั่งได้รับการเปลี่ยนแปลงแต่ก็ยังขับได้เหมือนมอเตอร์ไซค์สปอร์ท พร้อมการบังคับเลี้ยวที่แม่นยำและให้ความรู้สึกของล้อหน้าที่เหมาะเจาะ การเข้าโค้งจึงให้ความรู้สึกที่แน่นดี ตอนวิ่งก็น้ำหนักเบ่า โยกซ้ายขวาก็ทำได้ง่าย เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มจากท่อแบบ 4 ไปยัง 1 แต่มีปัญหาเรื่อง steering lock คุณอาจจะต้องลำบากไปนิดกับการกลับรถตามถนนนอกเมือง

มุมของหัวรถนั้นจะน้อยกว่า S1000RR อยู่ 0.8 องศา แฮนด์นั้นจะสูงกว่าแต่ท่านั่งจะยื่นไปข้างหน้าเล็กน้อย ที่ไม่ถือว่าจะเป็นท่านั่งตรงซะทีเดียว ระยะระหว่างล้อจะยาวกว่าเดิม 22 มม เพื่อการยึดเกาะที่ดีในกรณีเร่งเครื่องยนต์ ที่พักเท้านั้นต่ำกว่าเดิม 23 มม เพื่อความสบายและเบาะนั่งผู้โดยสารเลื่อนมาข้างหน้าอีก 37 มม ถือว่านั่งสบายแต่ให้ความรู้สึกเป็นสปอร์ทไบค์มากกว่าที่จะเป็นเนคเก็ตไบค์ โดยรวมก็เหมือนมอไซค์สปอร์ทไบท์ที่แฮนด์ตรงและไม่มีแฟรริ่งนั่นเอง

ถามว่าหมดหรือยังสำหรับการปรับปรุงอะไรต่างๆ ก็ต้องบอกว่ายังนะครับ ตามที่ทางผู้จัดการผลิตภัณฑ์ได้บอกไว้ว่า เริ่มแรงทางบริษัทกะว่าจะเป็นเพียงแค่การเอาแฟรริ่งออกจากมอเตอร์ไซค์รุ่น S1000RR และใส่แฮนด์เส้นตรงลงไป แต่ผลการทดสอบทำได้ไม่ดีนัก สามปีต่อมามอเตอร์ไซค์รุ่น S1000R เลยมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมายหลายรายการด้วยกัน

BMW-S1000R-review-1

มอเตอร์ไซค์คันนี้มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ 2 หรือ 4 โหมดขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการแบบไหน รุ่นที่มีราคา 9,990 ปอนด์นั้นจะมาพร้อมระบบ traction control เบรก ABS แหละโหมดการขับขี่ 2 โหมดคือ Rain กับ Road ในโหมด Rain นั้นการตอบสนองของคั่นเร่งจะนุ่มนวลกว่า การทำงานของระบบ Traction Control และ ABS นั้นจะเริ่มเร็วกว่าและแรงม้าสูงสุดจะเหลือเพียง 136 แรงม้า ส่วนโหมด Road นั้นการทำงานของ TC และ ABS จะช้ากว่าจะยอมให้ล้อหมุนฟรีเล็กน้อยก่อนที่ลดกำลังเครื่องยนต์ลง และยังปล่อยเบรกหน้าออกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้รถยกล้อหลังขึ้น หากต้องการขับแบบยกล้อคุณก็จะต้องปิดระบบ TC หรือซื้อรุ่นที่แพงกว่าคือรุ่น Sport ซึ่งเป็นรุ่นที่นำมาให้สื่อมวลชนทดสอบในงานเปิดตัวที่ Majorca ราคาจะอยู่ที่ 11,390 ปอนด์ ซึ่งจะให้โหมดในการขับขี่เพิ่มอีก 2 โหมดคือ Dynamic และ Dynamic Pro

กับมอเตอร์ไซค์ KTM 1290 Super Duke R นั้นได้รับการบ่นกันอย่างหนาหูว่าระบบ Traction Control นั้นเข้ามามีส่วนร่วมมากเกินไปกับการเล่นยกล้อ แต่สำหรับ S1000R แล้ว โหมด Dynamic และ Dynamic Pro นั้นจะไม่เข้าไปยุ่งกับการยกล้อแต่อย่างใด แค่เปิดคันเร่งก็มาแล้ว คุณยังสามารถยกล้อหลังได้ด้วย แค่ปิดระบบ ABS ที่ล้อหลังคุณทำได้แล้ว เหมาะสำหรับการเล่นเข้าโค้งแบบหักศอกละมั้ง

ในโหมดพิเศษนั้นยังมีระบบการตั้งค่ากันสะเทือนที่แตกต่างกันด้วย ในโหมด Rain และ Road นั้นการแดมปิ้งจะมุ่งไปที่ความสบาย ส่วน Dynamic และ Dynamic Pro จะออกแนวดุดันเพื่อการตอบสนองที่ดีกว่า ตามข้อมูลของ BMW เขาใช้ระบบวาล์วแดมปิ้งอิเลคทรอนิคส์เพื่อที่จะปรับค่าต่างๆโดยอัตโนมัติตามเงื่อนไขต่าง ค่าการตอบสนองของเบรก การหักเลี้ยวและการเร่งเครื่อง หากต้องการปรับแต่งเพิ่มก็จะมีปุ่มแยกต่างหากให้คุณเลือกค่าแดมปิ้งเป็นแบบ Hard Soft และ Normal ในแต่ละโหมด

สำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่น Sport นั้นคุณก็จะได้ระบบช่วยเข้าเกียร์อีกด้วย ทำให้สามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้นโดยไม่ต้องใช้คลัชทำให้ไม่ค้องปล่อยคันเร่งเวลาเข้าเกียร์ เป็นระบบที่เหมือนกับที่พบใน HP4 ซึ่งถือเป็นรุ่นที่สุดยอดกว่า S1000RR ทำให้การเปลี่ยนเกียร์นั้นนิ่มนวลมากลดรบกวนจากการที่ต้องลดคันเร่งลงทำให้ได้แรงบิดที่ต่อเนื่องมาก

ที่พิเศษเพิ่มเติมสำหรับรุ่น Sport ก็คือมือจับแบบอุ่นไฟฟ้า ไฟแสดงผล LED ที่งงๆ ก็คงเป็นว่ารุ่น Sport นั้นขายในลักษณะเป็นออพชั่นเพิ่มจากรุ่นธรรมดา ไม่ใช่ในลักษณะที่เป็นอีกรุ่นเหมือนคันอื่นๆ

ฝนตกลงมาเป็นช่วงๆระหว่าการขับมอเตอร์ไซค์ทดสอบ ทำให้หลายๆโค้งน้ำนองเป็นระยะๆ โหมด Road จะยอมให้ล้อไถลออกมาไม่กี่นิ้วเวลาเข้าโค้ง โหมดนี้จะให้ความรู้สึกนุ่มนวลทุกสถาณการณ์แต่ไม่ถึงกับไถลออกข้าง

บนถนนชื้นและลื่นบนถนนหลัก การขับขี่ที่ 65 กม/ชม ในเกียร์ 5 แค่ออกแรงบิดคันเร่งในโหมด Dynamic ล้อหลังก็จะเริ่มหมุนฟรี พอเปลี่ยนมาเป็นโหมด Rain ระบบ TC ก็จะเริ่มทำงานโดยการลดกำลังเครื่องยนต์ลง ไฟบนหน้าปัทว์ก็จะกระพริบแสดงถึงการทำงานของระบบ TC

ตอนที่ผมลองเปิดคันเร่งมากๆ ระบบก็จะทำงานอย่างหนักหน่วงไม่เพียงแค่ลดกำลังเครื่องยนต์ลงเท่านั้น แต่ยังทำให้รอบของเครื่องยนต์ต่ำลงไปจนถึงประมาณ 3,000 รอบเลยทีเดียว เพื่อให้มอเตอร์ไซค์วิ่งช้าลง ผมคิดตอนนั้นว่ารถคงจะหยุดนิ่งสนิท ไม่ว่าโหมด Rain จริงๆแล้วจะควรจะออกมาในทิศทางไหนผมเองก็ยังไม่มั่นใจ

BMW-S1000R-review-2

การเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดการขับขี่ต่างๆนั้นทำได้ง่ายไม่ต้องไปจดจ่อกับมันมาก แค่กดปุ่มด้านซ้ายบนลำแฮนด์จนกระทั่งไฟบนหน้าปัทว์แสดงค่าที่เราต้องการแล้วก็ปิดคันเร่งลง ระบบควบคุมต่างๆก็ใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ระบบเมนูให้เวียนหัว แผงหน้าปัทว์ก็จะมีเรือนวัดความเร็วรอบ พร้อมหน้าจอแสดงผล ที่ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับการจับเวลา ทำให้เราสามารถดูการทำเวลาที่ดีที่สุด ไปจนถึงจำนวนเกียร์ที่เปลี่ยนและเวลาที่ใช้งานเบรก ไฟเขียวก็จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณทำเวลาได้ดีขึ้น

มีไม่กี่เรื่องที่เราไม่ชอบมอเตอร์ไซค์ BMW S1000R คันนี้ เช่นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั้นจะน้อยไปหน่อย คุณอาจจะแค่ใส่แผ่น CD ได้แค่นั้น และอีกเรื่องคือการทำงานของระบบ TC ที่เข้ามาทำงานมากเกิน ก็ถือเป็นเรื่องเดียวที่ผมจะขอบ่น นอกนั้นถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่น่าประทับใจคันหนึ่ง ที่ราคานี้อาจจะหาคู่แข่งมาจับยากก็ว่าได้

ถือเป็นการตั้งราคาได้อย่างน่าดูยิ่งจากทาง BMW เมื่อเทียบกับคู่แข่งอื่นๆที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค ก็ต้องรอดูว่าทางคู่แข่งจะตอบโต้ออกมาในแนวไหน โดยเฉพาะ KTM ที่ตั้งราคา 1290 Super Duke R ในอังกฤษไว้ที่ 13,999 ปอนด์

เรียบเรียงโดย mocyclover.com
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก visordown.com

ads2

Advertisment

11,771 views