ล่าสุด

GoPro Hero 3+ รีวิวการทดสอบ

GoPro Hero 3+ Review

GoPro Hero 3+ Review

รีวิวการทดสอบกล้องติดรถ GoPro Hero 3+

เมื่อปีที่แล้ว GoPro วางตลาดรุ่น Hero 3 Black edition ที่บางกว่าเดิม มาปีนี้ GoPro วางตลาดรุ่น Hero 3+ เราคงต้องมาดูกันนะครับว่ามีอะไรพิเศษกว่ารุ่นเก่าๆหรือไม่

อันดับแรกสิ่งที่เห็นคือสัญญลักษณ์ + หลังเลข 3 เหมือนจะออกแนว iPhone หรือเปล่าไม่แน่ใจที่จะมีการปรับปรุงโมเดลเล็กน้อยแล้วมีตัวอักษรหรือตัวเลขตามมา ดูเหมือนว่าจะบางลงและคงมีอะไรเพิ่มเติมเพื่อจะเป็นกล้องแนวแอ้คชั่นที่ดีกว่าเดิม เราได้ลองเล่นกล้องรุ่นใหม่นี้แล้ว เลยพอจะสรุปออกมาให้ได้อ่านกันนะครับ

ฮาร์ดแวร์

มองจากด้านหน้าแล้ว Hero 3+ Black ตัวนี้ดูหน้าตาเหมือนกับเจ้า Hero 3 Black ตัวเดิมทุกประกัน แต่หากมองดูอย่างละเอียดแล้วพบว่าเลนซ์นั้นจะแตกต่างจากเดิมไปนิดนึง นั่นเพราะว่าตัวใหม่นี้ได้รับการปรับปรุงเรื่องเลนซ์เป็น f/2.8 ใหม่ ภาพที่ออกมาจึงคมชัดขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก แน่นอนว่าทาง GoPro คงได้มีการปรับแต่งซอฟท์แวร์ด้วย เพราะสีดูกลมกลืนกว่าเดิมมาก และหากลองดูภาพวิดีโอตัวอย่างแล้วจะพบว่า แม้การถ่ายภาพนั้นจะย้อนแสง แต่ก็ยังจะสามารถเห็นหน้าคนในรูปได้อย่างชัดเจน ก็ถือเป็นการพัฒนาอย่างดีเลยในประเด็นนี้ ภาพไม่ค่อยถูกบิดเบือนหรือเกิดเงาเท่าไหร่ ทาง GoPro บอกว่าได้มีการพัฒนาขึ้น 33% แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าจะวัดมันได้อย่างไร

มาตรส่วนภายนอกของกล้องนั้นก็ยังเป็นมิติเดิมเหมือนกับกล้องเก่า แน่นอนว่าหากมีเคสเก่าอยู่ก็จะสามารถใช้อันเดิมได้อีก น้ำหนักของ 3+ นั้นเบากว่ารุ่นเก่าเล็กน้อย ตัวเลขก็แค่ 73 กรัมเทียบกับ 75 กรัม ก็คงไม่รู้สึกแตกต่างกันเท่าไหร่ มีตัวชิป Wi-Fi ตัวใหม่ที่อ้างว่าส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น นั่นหมายถีงการดีเลย์น้อยลงเมื่อนำมาใช้กับสมาร์ทโฟน หรือใช้รีโมทคอนโทรล เราลองดูแล้วก็พบว่าเร็วขึ้นจริงด้วย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราเคยบ่น เราบ่นอีกเรื่องนึงมากกว่า นั่นคือ

อายุการใช้งานแบตเตอร์รี่

สิ่งที่เราบ่นครั้งที่แล้วกับกล้อง Hero 3 Black ก็คืออายุการใช้งานแบตเตอร์รี่ ทาง GoPro ได้พยายามแก้ปัญหานี้โดยการเอาแบตขนาด 1050 mAh (3.885 Wh) ออกแล้วใส่แบตขนาด 1180 mAh (4.37Wh) เข้าไปในตัว 3+ และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของซอฟแวร์ด้วย เราได้ลองทดสอบทั้งสองกล้องที่ความละเอียดภาพ 1080p / 24 เฟรมต่อวินาที ผลคือ กล้อง Hero 3 Black ตัวเก่าทำเวลาได้ 1 ชั่วโมง 37 นาที สำหรับการถ่ายภาพอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กล้องตัวใหม่ Hero 3+ ทำเวลาได้ 2 ชั่วโมง 9 นาที ซึ่งแปลงเป็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน (ทาง GoPro บอกว่าดีขึ้น 30 เปอร์เซ็น อาจจะเป็นเพราะโหมดการใช้งานหรือเปล่าไม่แน่ใจ) แต่แน่นอนว่าดีกว่าเก่ามาก แต่ยังน้อยกว่ากล้อง Sony Action Cam รุ่นแรกอยู่ถึง 30 นาที

ซอฟท์แวร์

การพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างมากๆบนกล้อง 3+ Black ก็คงจะเป็นโหมด SuperView ที่มากับความละเอียด 1080p และ 720p กล้อง GoPro จะมีฉากรับภาพในการถ่ายภาพอัตราส่วน 4:3 เมื่อเราถ่ายที่ความละเอียด 1080 หรือ 720 กล้องก็จะเฉีอนส่วนบนและล่างของภาพออกให้กลายเป็น 16:9 สิ่งที่ SuperView ทำก็คือมันจะถ่ายวิดีโอที่อัตราส่วน 4:3 โดยใช้จอรับภาพทั้งหมดแล้วค่อยมาปรับแต่งภายในกล้องให้เป็น 16:9 อาจจะดูประหลาดใช่ไหมครับ เหมือนจะได้ภาพแนวยืดๆ ทำนองนั้น

แต่ผลที่ได้ไม่เลวเลยนะครับ ความจริงการถ่ายภาพแนวแอ้คชั่นนั้นจะเก็บภาพได้มาก ซึ่งถือเป็นการเพิ่มคุณภาพของวิดีโอของคุณ ไม่ว่าคุณจะทำกิจกรรมใดๆก็ตาม

อีกประเด็นหนึ่งก็คือระบบอัตโนมัติกรณีแสงน้อย (Auto Low Light Mode) โดยกล้องจะทำการปรับจำนวนเฟรมต่อวินาทีเพื่อให้ภาพในสถานการณ์แสงน้อยนั้นคมชัดขึ้น เพราะอัตราของเฟรมต่อวินาทียิ่งน้อยหมายถึงแสงเข้าไปได้มากขึ้น ดังนั้นหากเราถ่ายภาพขนาด 1080p ที่ 60 เฟรมต่อวินาที และหากแสงไม่พอ กล้องก็อาจจะลดเฟรมลงเหลือ 24 เฟรมต่อวินาที เราเองยังไม่สังเกตุเห็นอะไรมากว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหากเฟรมลดลง ภาพจะเป็นอย่างไร เอาเป็นว่าเมื่อเราได้ทดสอบแบบเต็มๆเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วจะมาเล่าให้ฟัง

คุณสมบัติอีกอย่างที่จะมาเร็วๆนี้ก็คือ คุณจะสามารถอัพเดทเฟิร์มแวร์ผ่านระบบไร้สายได้เมื่อต่อ GoPro เข้ากับสมาร์ทโฟน ตอนนี้หากจะทำอย่างนั้นก็ต้องต่อกับคอมพิวเตอร์และต้องดาวน์โหลดและติดตั้งลงเองเท่านั้น ก็คงต้องรอกันอีกซักระยะกว่าจะมีระบบนี้ออกมา

กรอบกันน้ำ

ทาง Sony เองได้ประกาศเมื่อไม่นานมานี้ว่าจะวางตลาดกล้อง Action Cam ที่บางและกันน้ำได้ แต่ผลที่ได้คือกันน้ำได้ที่ระยะความลึก 5 เมตร เพราะ Sony เองบอกว่าไม่มีใครเอากล้องไปดำน้ำลึกกว่านั้น แต่หลายคนต่างอยากได้กล้องที่บางและกระทัดรัดอยู่ดี GoPro เลยได้ทำออกมาบ้าง แต่อาจจะไม่ดีเท่า

กรอบกันน้ำที่มากับ GoPro 3+ นั้นเล็กกว่าเดิม 20% และเบากว่า แต่กันน้ำได้ลึกถึง 40 เมตรเลยทีเดียว แต่อาจจะไม่ดีเท่ากรอบของปีที่แล้วที่ลงไปได้ถึง 60 เมตร แต่คิดว่าคงมีน้อยคนนักที่จะลงไปลึกขนาดนั้น ซึ่งหากใครต้องลงไปลึกขนาดนั้นก็แค่เปลื่ยนไปใช้เคสของปีที่แล้วก็จบ

กรอบใหม่นี้ยังปรับปรุงเรื่องอื่นอีกด้วยนั่นคือปุ่มกดจะอ้วนกว่าและกดได้ง่ายกว่า ถือว่าเป็นการพัฒนาอย่างมาก ผมถ่ายไป 80 กว่าภาพและไม่พลาดซักภาพ ปุ่มเมนูก็ใช้งานได้ดีขึ้นด้วย และสุดท้ายกล้องนั้นสวมได้แน่นดีกับกรอบใหม่นี้ หลายคนบ่นกับกล้องรุ่นเก่าว่ามันเหมือนจะสั่นที่ความเร็วสูงเลยทำให้กระทบกับระบบเสียง รุ่น Hero 3+ นี้เลยถือว่าสุดยอดมาก

ระบบเสียง

ระบบเสียงของ Hero 3+ จะมีไมโครโฟนที่ออกแบบมาใหม่ รุ่นก่อนจะมีไมค์อยู่ทั้งสองด้าน กล้องใหม่จะมีไมค์หนึ่งตัวอยู่ด้านข้าง อีกอันอยู่ด้านบน และความไวก็สูงกว่าและลดเสียงรบกวนได้ดี เราไม่แน่ใจว่าจะเทียบชั้น Sony ได้หรือเปล่าแต่ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อนมาก

ราคาและรุ่นอื่นๆ

นอกจากรุ่น Black Edition ที่เราได้ทดสอบแล้ว ยังจะมีรุ่น Silver Edition สำหรับรุ่น 3+ อีกด้วย แต่รุ่นสีขาวนั้นไม่มี รุ่นสีเงินจะไม่มีทั้งเลนซ์ตัวใหม่ SuperView Auto Low Light หรือแม้แต่ระบบ 4K 15 เฟรมต่อวินาที หรือ 2.7K 30 เฟรมต่อวินาที อย่างไรก็ตามจะมีแบตเตอร์รี่ตัวใหม่ และถ่ายภาพได้ 1080 ที่ 60 fps และ 720p ที่ 120 fps

ราคากล้องในอเมริกาสำหรับ Hero 3+ อยู่ที่ $400 รุ่น Silver อยู่ที่ $300 ส่วนรุ่นเก่าก็ยังวางขายแต่ลดราคาลงโดย Hero 3 Black $330 และ Silver $250 ส่วนราคาในไทยก็รอดูกันต่อไปนะครับว่า GoPro 3+ Black จะออกมาเท่าไหร่ ตอนนี้ Black GoPro 3 นั้นอยู่ที่ 20,000 บาท

Advertisment

19,322 views