ล่าสุด

Kawasaki 1400 GTR รีวิวทดสอบมอเตอร์ไซค์

2013 Kawasaki 1400 GTR

2013 Kawasaki 1400 GTR

รีวิวการทดสอบมอเตอร์ไซค์ Kawasaki 1400 GTR

เป็นรีวิวการทดสอบมอเตอร์ไซค์แนว sport-tourer ในรุ่นที่อาจจะไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นะครับ แต่สิ่งแรกที่อาจจะทำให้คุณทึ่งหากได้ลองขึ้นคร่อม 1400GTR ก็คือมันเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ยาวและเตี้ยมาก ก็ถือว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้ออกแบบมาให้แต่คนตัวสูงๆเท่านั้น แม้คนตัวเล็กอย่างผมก็นั่งสบาย ขาแตะพื้นสองข้างได้อย่างมั่นคง เหมาะเวลาติดไฟแดง แถมลมปะทะก็ไม่มากเมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์แนวทัวร์เร่อร์บางคันที่บังลมได้ในช่วงแคบๆเท่านั้น

ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยี

มอเตอร์ไซค์ Kawasaki 1400GTR คันนี้มีลูกเล่นต่างๆมากมาย เหมาะสมกับป้ายราคาที่อยู่ที่ 13,699 ปอนด์ (ราว 685,000 บาท) ละครับ ตัวอย่างเช่นระบบ K-ACT ระบบป้องกันล้อล้อคแบบเชื่อมโยงล้อหน้าและล้อหลัง โดยมันจะกระจายแรงเบรกไปทั้งสองล้อที่ขึ้นอยู่กับ ความเร็ว สภาพถนน และตามตัวเลือกที่คนขับตั้งไว้ อีกระบบคือ KTRC ระบบ traction control ป้องกันล้อหมุนฟรี ดังนั้นมอเตอร์ไซค์คันนี้ล้อจะไม่หมุนฟรีเมื่อเร่งเครื่องบนถนนเปียกๆแน่ ดังนั้นหากจะขับมอเตอร์ไซค์คันนี้แนวโชว์ออฟก็คงทำไม่ได้

บนแผงคอก็จะมีปลั้กไฟให้ หน้าปัทว์ตรงกลางก็จะแสดงอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน ระยะที่เหลือที่จะวิ่งได้ เกจย์วัดระดับน้ำมันและอื่นๆ ซึ่งสามารถเลือกให้แสดงค่าต่างๆได้ด้วยปุ่มเลื่อนที่อยู่ตรงแฮนด์ฝั่งซ้ายมือ

กันสะเทือนปรับค่าได้ทั้งหน้าและหลัง และคุณสามารถปรับองศาของไฟหน้าได้เมื่อมีผู้โดยสาร ด้วยการกดปุ่มตรงบริเวณแผงคอเท่านั้น

นิ่งเรียบแม้วิ่งที่ความเร็วสูง

ความนิ่งของรถที่ความเร็วสูงนั้นน่าทึ่งมาก ตอนที่ทดลองขับนั้นเจอสภาพอากาศที่ฝนตกและลมแรง ลมปะทะที่เจอบนทางด่วนและลมจากด้านข้างนั้นมากันอย่างเต็มที่ แต่ไม่เหมือนกับมอเตอร์ไซค์ที่ผมเคยได้ทดสอบในอดีตอย่าง VFR800, ST1100/1300 Pan Euro, Triumph Sprint ST, BMW R1150RT และอีกหลายๆคัน มอเตอร์ไซค์ Kawasaki คันนี้ไม่ย่อท้อต่อลมแรงปานพายุขนาดนั้นเลย

คนที่ออกแบบแฟร์ริ่งและกระเป๋าสัมภาระคงเชี่ยวชาญพอตัว ความรู้สึกที่ได้จากการขับขี่ในสภาวะอากาศที่เลวร้ายนั้นสร้างความมั่นใจได้อย่างดีเยี่ยมจริงๆ

ประสิทธิภาพ การเบรกและการควบคุมรถ

ว่ากันตามจริงแล้ว มอเตอร์ไซค์คันนี้ไม่ใช่รถแนว sports-tourer จริงๆซักเท่าไหร่ มันหนักเกินไปและการบังคับเลี้ยวนั้นอืดมาก มอเตอร์ไซค์อย่าง Triumph Sprint 1050 หรือรุ่นเก่ากว่าอย่าง 955 คงจะแซงลิ่วหากเจอสภาพถนนแบบคดเคี้ยวมากๆเข้า

เครื่องยนต์ขนาด 4 สูบนี้แรงพอตัว ให้แรงม้าที่ 155 bhp แต่ก็เหมือนเจ้า Yamaha FJR1300 ละครับ มอเตอร์ไซค์คันนี้จะออกแนว tourer ซะมากกว่าจะเป็น sport สำหรัับถนนทั่วไป ให้ความรู้สึกหนักและไม่คล่องตัวเท่าไหร่ คุณอาจจะเข้าโค้งเร็วๆก็ได้ แต่ว่าต้องให้เวลาและพื้นที่ในการเบรกและตั้งตัวซักนิดก่อนเข้าโค้งแค่นั้น

อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและสัมภาระ

มอเตอร์ไซค์ Kawasaki 1400GTR คันนี้มีโหมด Eco เพื่อที่จะบอกคอมพิวเตอร์ของรถว่าให้ปรับแต่งอัตราส่วนผสมของอากาศและน้ำมันให้วิ่งได้นุ่มนวลที่ความเร็วรอบต่ำ ผมไม่ได้ลองเล่นกะมันดูเพราะผมเองไม่มั่นใจหรอกว่ามันจะได้ผลแตกต่างมากมายซักเท่าไหร่ เพราะมอไซค์คันนี้หนักและต้องใช้พลังอย่างมากเพื่อให้มันวิ่งไปได้ มันคงซดน้ำมันเท่าๆกับรถยนต์ละครับ

คุณคงไม่จ่ายเงินกว่าครึ่งล้านเพื่อซื้อมอเตอร์ไซค์แนวทัวร์เร่อหรอกนะครับหากจะแสวงหาการประหยัดน้ำมัน ไปซื้อ Versys 650 หรือสกู๊ตเตอร์ขนาด 125cc ดีกว่า มอเตอร์ไซค์ 1400GTR คันนี้ไม่ใช่รถที่จะขับไปจ่ายตลาดแม้จะขับสบายกว่าก็ตาม การจะวิ่งให้ได้ซัก 42 – 44 ไมล์ต่อแกลลอนก็คงต้องพยายามกันอย่างเต็มที่ละครับ

กระเป๋าสัมภาระที่ให้มานั้นสุดยอด ไม่มีรั่วซืมแม้เจอฝนตกหนัก พร้อมซิบภายในเพื่อปิดกระเป๋าด้วย ปิดล้อคได้ง่ายโดยใช้กุญแจดอกเดียวกับที่ใช้สตาร์ทเครื่องยนต์นั่นแหละครับ

กระเป๋าข้างนั้นมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน แต่กระเป๋าบนนั้นต้องจ่ายเพิ่ม แต่จะต้องใช้กุญแจแยกต่างหาก คนออกแบบคิดอะไรอยู่

ผลตัดสิน คุ้มค่าเงินหรือไม่

ผมพบว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้ขับสบายหากเดินทางระยะไกล 500 กม ขึ้นไปในทุกสภาวะอากาศ ถือเป็นรถที่ผ่อนคลายในการขับขี่มาก ด้วยเครื่องยนต์ที่แรงพอตัว ทั้งความนิ่งและมั่นคงเมื่อขับด้วยความเร็วสูง เบาะนั่งสำหรับผู้โดยสารก็กว้างขวาง หากคุณต้องการมอเตอร์ไซค์ที่ต้องออกทริปไกลๆ บ่อยๆ ละก็ คันนี้จะเหมาะมาก

ถามว่าขับแล้วรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งไปกับรถอย่าง BMW 1200 GS หรือเปล่า ก็ต้องตอบว่าไม่ มันขาดความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวไปหน่อย แถมยังขาดความรู้สึกเป็นรถสปอร์ทแนว VFR1200 ไปอีกด้วย แต่คิดว่าทาง Kawasaki อาจจะดีในเรื่องของการประหยัดน้ำมันหากเทียบกับของฮอนด้า

ความคิดผมแล้วรู้สึกว่าหน้าตาเหมือนจะไม่ค่อยสวยอีกด้วยสำหรับเจ้า 1400GTR คันนี้ ซึ่งสำหรับผมแล้วมันเป็นสิ่งสำคัญ แต่คุณอาจจะแย้งผมว่าขับแล้วรู้สึกอย่างไรอาจจะสำคัญกว่า งั้นก็ขอแนะนำเลยว่าลองไปหา 1400GTR คันนี้ขับดูแล้วจะรู้ว่าเหมาะกับคุณหรือไม่

เรียบเรียงจาก londonbikers.com

ads2

Advertisment

8,797 views