ล่าสุด

Kawasaki Ninja 250SL รีวิวการขับขี่มอไซค์

kawasaki-ninja-250sl-review

Kawasaki Ninja 250SL รีวิวการขับขี่มอไซค์

ads1

หากมานึกถึงหลักการที่ว่า ถ้าเราลดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกไปให้เหลือแต่เท่าที่จำเป็นสำหรับการขับขี่แบบที่ว่าทำความเร็วได้ราวๆ 160 กม/ชม น้ำหนักก็อย่ามากเกิน ไม่เทอะทะ เราก็จะได้มอเตอร์ไซค์คันนีงตามที่ Kawasaki ได้ทำมา นั่นก็คือ Ninja 250 SL นั่นเอง

มอเตอร์ไซค์คันนี้เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วในเอเชีย พร้อมๆกับรุ่น Z250SL ซึ่งเป็นรุ่นเนคเก็ตที่มีแฮนด์และหุ่นที่ต่างออกไปเท่านั้น การเข้าไปวางขายในตลาดยุโรปอย่างอังกฤษก็เลยอาจจะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจกันเล็กน้อย เลยทำให้เราได้เห็นว่าฝรั่งจะให้ข้อคิดเห็นอย่างไรกับมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้

เหตุใดทาง Kawasaki ได้ทำแบบนั้นกันเล่า ถ้าเรามาดูลึกๆ ก็พบว่าหลายปีที่ผ่านมาเครื่องยนต์แบบสองสูบอย่าง Ninja 300 ได้ถูกจัดกลุ่มให้เป็นรุ่นต่ำกว่า 500cc ในกลุ่มเดียวกับเครื่องสูบเดี่ยวอย่าง Honda CBR300 เลยทำให้ถูกมองว่าราคาแพงกว่า Honda

kawasaki-ninja-250sl-review-2

ซึ่งจากการที่เราเคยเปรียบเทียบในตลาดอังกฤษ ก็พบว่าราคาของ Ninja 300 ในอังกฤษราว 5,000 ปอนด์ แต่รุ่น Daelim VJF250 RoadSport กลับวางขายที่ราคา 3,000 ปอนด์เท่านั้น ทำให้คนที่มองหารุ่นราคาถูกต้องถอดใจกับราคาของ Kawasaki ไปเลย

มาถึงตอนนี้ก็เหมือนว่าทาง Kawasaki จะตอบโจทย์นี้ได้แล้วในตลาดของเครื่องยนต์ต่ำกว่า 500cc เพราะเจ้าตัว Ninja 250SL นั้นอยู่ที่ 3,859 ปอนด์ ส่วน Z250SL นั้นอยู่ที่ 3,649 ปอนด์ และหากเทียบกับ Honda CBR300 ที่ 4,299 ปอนด์แล้วละก็ถือว่าทำราคาได้ดี และอาจจะทำให้หลายคนหันมาสนใจ Ninja มากขึ้น

โดยภาพรวมแล้วมอเตอร์ไซค์คันนี้ถือว่าเล็กมาก ขนาดก็ราวๆรถขนาด 125cc ก็ว่าได้ หุ่นก็ไม่ได้หนาเตอะอะไร มีชิ้นส่วนประหลาดๆ ท่ออะไรต่างๆ ที่ดูเป็นมอเตอร์ไซค์แบบมีแฟร์ริ่งปกติ

ความกว้างของแฟร์ริ่งก็ 685 ซม ทำให้ขับซอกแซกไปได้คล่องตัวดี กระจกที่ติดตั้งบนแฟร์ริ่งนั้นสั้นๆ แสดงภาพทั้งสองฝั่งได้ดีแต่ภาพด้านหลังอาจจะเห็นไม่ชัดนักนอกจากจะขยับไหล่หลบไปบ้าง

น้ำหนักรถอยู่ที่ 151 กิโลกรัมซึ่งน้อยกว่า CBR300 อยู่ 13 กิโลกรัม การตอบสนองของคันเร่งทำได้ดี แม้ว่าแฮนด์แบบคลิปออนจะติดตั้งอยู่ถัดจากตัวโยคก็ตาม แต่มุมเลี้ยวก็ถือว่ากว้างถึง 72 องศาซ้ายไปขวา ทำให้การเลี้ยวทำได้เฉียบคมแม้รถจะหยุดนิ่ง จะว่าไปแล้ว Ninja 250SL ก็เหมือนจะเป็นมอไซค์สำหรับในเมืองจริงๆ

สำหรับการขับขี่นอกเมืองแล้วละก็ เท่าที่ลองดูก็ไม่มีอาการสั่นให้เห็นมากนัก แต่รับรู้ได้ถึงสภาพถนนที่เหมือนจะไวเป็นพิเศษ ทำให้ผมต้องตัดสินใจไม่ขับไปบนเส้นทางที่ขรุขระเพราะเกรงว่ามอไซค์คันนี้อาจจะทำได้ไม่ดีเหมือนคันใหญ่ๆ

กันสะเทือนที่ปรับค่าไม่ได้นั้นแน่นดีทั้งสองล้อ แม้ขับเลี้ยวแบบเอียงสุดๆบนถนนคดเคี้ยวไปมาก็ไม่ถึงกับว่าจะครูดรถไปกับถนนได้ แต่บนถนนเรียบแล้วละก็การวิ่งเป็นไปอย่างน่าทึ่ง ให้ความรู้สึกได้เลยว่า Ninja 250 คันนี้น่าจะขับได้อย่างมันส์บนสนามแข่ง

ยางรถอย่าง Dunlop TT900 ก็ช่วยให้การบังคับเลี้ยวทำได้ดี ระบบเบรกนั้นดีใช้ได้ ล้อหน้ามาพร้อมจานเบรกขนาด 290 มม ก็จับเบรกได้ดี

ด้วยแรงม้าขนาด 28 แรงม้า ถือว่าเครื่องยนต์ให้กำลังมากพอที่จะทำให้ขับได้สนุกกับมอเตอร์ไซค์ไซด์เล็กขนาดนี้ พร้อมที่จะตะบึงไปข้างหน้าแล้วทำให้รถยนต์ดูเล็กลงไปเรื่อยๆในกระจกมองหลังของคุณ

kawasaki-ninja-250sl-review-1

ในช่วงความเร็วรอบที่ต่ำกว่า 4,000 รอบต่อนาทีนั้นแทบจะไม่มีอะไรหวือหวามาก ซึ่งก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่หรอกสำหรับมอเตอร์ไซค์คันเล็กๆแบบนี้ แต่หากบิดแรงๆแล้วปล่อยคลัช ล้อหน้าก็พร้อมจะยกอยู่เสมอ

ที่เกียร์ 1 หากบิดไปจนถึงค่าสูงสุดที่ 10,5000 รอบ ก็จะทำความเร็วได้ประมาณ 50 กม/ชม แต่ที่เกียร์ 3 หากบิดที่ 4,000 รอบต่อนาที ความเร็วก็จะอยู่ราวๆ 40 กม/ชม และเครื่องยนต์ก็พร้อมที่จะทะยานฝ่าการจราจรไปได้แบบสบายๆ

ความรู้สึกในการตอบสนองเหมือนจะเป็นเส้นตรงไปตลอดช่วงจนถึงรอบปลายๆ กำลังสูงสุดนั้นอยู่ที่ 9,700 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดสูงสุด 16.7 ปอนด์ฟุต นั้นจะอยู่ที่ 8,200 รอบต่อนาที จะว่าไปแล้วผมชอบในช่วงรอบสูงมากกว่าเนื่องจากมันส่งพลังได้ดั่งใจนึก ไม่เหมือน KTM Duke 200 ที่ช่วงปลายๆเหมือนจะมีพลังสูงขึ้นมาอย่างกระทันหัน

สิ่งที่น่ารำคาญใจหน่อยสำหรับ Ninja 250SL ก็คงจะเป็นเรื่องการพยายามเข้าเกียร์ว่าง จากการเปลี่ยนจากเกียร์ 1 ไปเป็นเกียร์ 2 ทันที และเหมือนจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเครื่องยนต์สูบเดียวทั่วไป นั่นคือเสียงเครื่องยนต์ยังกะเสียงเครื่องตัดหญ้า แม้จะไม่เลวร้ายเท่าไหร่แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีนักหรอกนะครับ

พอเอาไปขับบนทางด่วน (ในอังกฤษ มอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ขับบนทางด่วนได้) ผมรู้สึกถึงความแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ พลังยังเหลือเฟือแม้จะบิดไปที่ 110 กม/ชม แล้วก็ตาม การบิดไปแตะ 130 กม/ชม ก็ทำได้สบายๆโดยไม่ต้องลดเกียร์ลงมาเป็นเกียร์ห้าแต่ประการใด

ความเร็วที่เพิ่มขึ้นราวๆ 16 กม/ชม นั้นเพิ่มความเร็วรอบอีกประมาณ 1,000 รอบต่อนาทีเท่านั้น จะให้วัดเป้ะๆคงยาก เพราะมาตรวัดรอบนั้นแต่ละขีดหมายถึง 500 รอบต่อนาที

ที่ความเร็ว 130 กม/ชม นั้นให้ความรู้สึกในการขับขี่ที่ดี ยังเหลือรอบอีก 2,500 รอบถึงจะแตะขีดแดง ซึ่งให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าเจ้า Duke 200 ที่หากขับที่ความเร็วประมาณนี้ รอบเครื่องก็จะแตะเส้นแดงไปแล้ว

ในบางช่วงกับเจ้า Ninja 250SL กับลมปะทะด้านหน้าแบบแรงๆ ผมบิดไปจนสุดได้ที่ 132 กม ต่อชั่วโมง ซึ่งในความจริงน่าจะวิ่งแตะ 144 กม/ชม ได้อย่างง่ายๆ

และหากอยู่ในสภาพที่เหมาะสมเอาคางแนบถังน้ำมันแล้วบิดสุดๆ ความเร็วระดับ 160 กม/ชม คงทำได้ไม่ยาก

บังลมเล็กๆด้านหน้านั้นก็พอจะช่วยบังลมให้ได้ดี แม้ว่า Ninja 250SL อาจจะยังไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะทางไกล แต่ก็น่าจะทำได้ไม่ยาก แต่อันที่จะทำให้คุณต้องหยุดพักก็คงต้องเป็นเรื่องความสบาย ด้วยแฮนด์แบบคลิปออน ทำให้ท่านั่งนั้นออกแนวสปอร์ตกว่าเครื่องสูบเดี่ยวตัวอื่นๆอย่าง VJF หรือ CBR โดยน้ำหนักจะลงไปที่แขนมากขึ้นเบาะนั่งก็แข็ง

พื้นที่วางขาก็ไม่ถึงกับแออัดสำหรับผม แต่พื้นที่เบาะเหมือนจะน้อยไปหน่อย เลยอาจจะต้องหาอะไรมาปกป้องถังน้ำมันไว้บ้าง เนื่องจากเสื้อหนังของผมไปถูกับถังน้ำมันแล้วทำให้เงามันเริ่มหายไปหลังจากขับไปได้ซัก 50 กม ผมพยายามเลื่อนตัวออกมาให้ห่างจากถังน้ำมันมาทางด้านหลัง แต่ส่วนท้ายเบาะเหมือนจะชันขึ้น ทำให้ผมเหมือนพยายามฝืนแรงดึงดูดของโลกเวลานั่งถอยหลังออกไป

แต่หากขับไปซักพักความรู้สึกก็จะเป็นธรรมชาติดี หากท่านเป็นเจ้าของ Ninja 250SL หรือ Z250SL ท่านอาจจะต้องหาซื้ออุปกรณ์ปกป้องถังน้ำมันมาใช้ซึ่งผมเห็นว่ามีวางขายอยู่ในโชว์รูมด้วยนะครับ

kawasaki-ninja-250sl-review-hook

ใต้เบาะนั่งผู้โดยสารจะมีตะขอแขวนหมวกกันน้อคอยู่สองใบ แผงหน้าปัทว์ก็เป็นจอแบบพื้นฐานธรรมดา พร้อมเข็มวัดน้ำมัน ผมลองคำนวนดูแล้วอัตราสิ้นเปลืองอยู่ราวๆ 66.9 ไมล์ต่อแกลลอนได้

แม้ว่า Ninja 250SL อาจจะไม่ถึงกับเป็นรถในระดับรางวัลประกวดอะไร แต่ถือว่าคุ้มค่าเงินและขับได้สนุก ให้นึกซะว่าเป็นรถสปอร์ทขนาด 125cc แต่วิ่งได้เร็วกว่าแค่นั้นเอง

kawasaki-ninja-250sl-review-dash

จะว่าไปแล้วผมก็อยากจะแนะนำคันนี้หากคุณกำลังเล็งๆเจ้้า CBR300 ขนาด 30 แรงม้า ซึ่งอาจจะขับสบายกว่า เพียงแต่ CBR เหมือนจะขาดความสนุกในการขับขี่ไปหน่อยเมื่อเทียบกับนินจา เป็นผมแล้ว ผมเลือกนินจาแน่นอน

Spec อย่างย่อ

Model tested: Kawasaki Ninja 250SL

Engine: 249cc single

Price: £3,859 plus on-the-road charges

Power: 28hp @ 9,700rpm

Torque: 16.7lbft @ 8,200rpm

Kerb weight: 151kg (152kg with ABS)

Tank capacity: 11 litres

Fuel economy (calculated from receipts): 66.9mpg

Seat height: 780mm

Colours: green/black, white/black

ที่มา ภาพและบทความ จาก visordown.com

Advertisment

7,566 views