ล่าสุด

Yamaha Stryker รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์คันเท่ห์

Yamaha Stryker

Yamaha Stryker
Credit: motorzon.net

Yamaha Stryker รีวิวการขับขี่มอเตอร์ไซค์คันเท่ห์

มอเตอร์ไซค์ Yamaha Stryker อาจจะเป็นรุ่นที่ไม่คุ้นหูในบ้านเรานัก แต่ด้วยสไตล์ที่เป็นแนวรถ cruiser ที่ดูสวยงาม เทห์อย่างมีสไตล์ทาง mocyclover เลยขอถือโอกาศหารีวิวมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้มาให้อ่านกัน

ก็นับเป็นบ่ายที่อากาศร้อนวันหนึ่งแหละนะครับ ก่อนหน้านี้ถนนเส้นนี้มีรถบรรทุกชนประสานงากัน พร้อมควันพวยพุ่งไปบนท้องฟ้าอันเคยสดใส ตำรวจต้องตัดสินใจปิดถนนช่วงนี้ซึ่งยาวประมาณ 30 กม และให้หันไปใช้ทางเลี่ยงแทน เพื่อให้รถเป็นพันๆ คนมุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้

ถนนที่มีเพียงสองเลนเลยเต็มไปด้วยรถที่ต้องวิ่งสวนกันเป็นทางยาว ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นรถบรรทุก ขับกันที่ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5 กม/ชม เท่านั้น ขับแบบไปๆหยุดๆ ตามลักษณะทั่วไปเวลาเราเจอสภาพการจราจรคับคั่งนั่นแหละครับ ในจังหวะเวลานั้นมีชายคนนึงเหมือนจะศรีษะโล้นนิดๆ ขับมอเตอร์ไซค์ Yamaha Stryker ไปท่ามกลางการจรจรที่ติดขัดนี้ด้วย แต่ก็ไปได้ไม่เร็วนักที่จะพอสร้างแรงลมปะทะให้ได้สบายตัวบ้าง โอกาสที่จะปล่อยคลัชเต็มๆก็ไม่ค่อยจะมี จะมีจังหวะเดียวก็เวลาเปลี่ยนลงเป็นเกียร์ว่างแล้วปล่อยให้รถหยุดเท่านั้น

การจะขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อแซงเหล่ารถบรรทุกบนถนนสองเลนแบบนี้ก็แสนจะยาก ระบบคลัชของ Stryker นั้นเป็นแบบสายเคเบิ้ล การใช้งานก็ต้องออกแรงประมาณกลางๆในการที่จะบีบคลัช แต่ก้านคลัชนั้นใหญ่เพื่อที่ให้สมกับขนาดของมอเตอร์ไซค์ เหมือนจะอยู่ห่างออกไปจากคันเร่งมากไปหน่อยแถมปรับตำแหน่งไม่ได้ด้วย ทาง Yamaha กล่าวว่า เบรกหน้าและคลัชที่มีขนาดกว้างขึ้นนั้นจะทำให้ความรู้สึกขับขี่นั้นดีขึ้น แต่เราคิดว่าอยากจะได้ความรู้สึกด้อยกว่านี้แต่ขอความรู้สึกสบายมากกว่าจะดีกว่าสำหรับภาวะการขับขี่แบบไปๆหยุดๆ แบบนี้ เพราะตอนนี้มือซ้ายคนขับปวดน่าดู

อย่างไรก็ตามเบาะนั้นนั้นนับว่าสบายดี การที่จะเอื้อมไปถึงคันบังคับข้างหน้านั้นก็เป็นธรรมชาติ เครื่องยนต์ก็ทำงานได้ดีในภาวะความเร็วต่ำ แต่หากเจอถนนโล่งๆ มอเตอร์ไซค์ Stryker คันนี้ก็ทำหน้าที่ของมันได้ดี หลังจากรถคลานกันอยู่พักใหญ่ ถนนเริ่มคล่องตัวขึ้น เจ้า Stryker คันนี้ก็พร้อมที่จะทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วทิ้งสภาวะฝุ่นและควันจากบรรดารถบรรทุกไว้เบื้องหลัง มอเตอร์ไซค์ Yamaha คันนี้เหมือนจะเป็นการสร้างขึ้นมาต่อกรกับรุ่น Fury ของ Honda แต่โช้คหลังเหมือนจะส่งแรงกระเพื่อมสู่กระดูกสันหลังที่บางครั้งรู้สึกว่าปวดหลังไปหน่อยเมื่อเจอหลุมบ่อบนทางด่วน เคยมีการบอกเล่ากันมาแล้วว่าท่านั่งของมอเตอร์ไซค์ cruiser นั้นส่วนใหญ่แล้วจะไม่นั่งสบายเหมือนที่เห็น เท้านั้นต้องวางยื่นและถีบออกไปทางด้านหน้า ขาจึงไม่ได้รับน้ำหนักของคนขับเลย กระดูกสันหลังล้วนๆที่รับน้ำหนักส่วนบนของร่างกาย

Yamaha-Stryker-2
Credit: motorzon.net

ด้วยท่านั่งแบบนี้ทำให้ร่างการนั้นไวต่อแรงกระแทกที่เกิดบนถนน แม้จะมีโช้คหลังที่ดีกว่านี้ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้เมื่อล้อรถเจอกับสภาพถนนที่ขรุขระ เราเองก็ได้พบเจอลักษณะแบบนี้บน cruiser คันอื่นๆเช่นกัน จึงไม่โทษ Yamaha ซะทีเดียว โช้คหลังเดี่ยวนั้นติดตั้งอยู่ในแนวนอนอยู่ด้านล่าง และค่าสปริงพรีโหลดนั้นปรับค่าได้ ทุกอย่างทำงานได้ดียกเว้นเรื่องการดูดซับแรงกระแทกเมื่อเจอสิ่งแปลกปลอมบนทางด่วนแค่นั้นเอง ความจริงแล้วทุกอย่างถือว่าทำงานได้ดีหากไม่เจอภาวะที่ไม่ธรรมดา เครื่องยนต์ขนาด 1,304 ซีซี นั้นให้แรงบิดเหลือเฟือ เสียงที่ออกมาผ่านท่อแบบ 2-1-2 นั้นไพเราะเพราะพริ้ง และระบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันทำงานได้ดี แม้จะขับช้าๆไปท่ามกลางอากาศร้อนๆในตอนบ่ายก็ตาม ซึ่งในภาวะนั้นบางครั้งพัดลมก็เริ่มต้นทำงานแต่เครื่องยนต์ก็ยังทำงานปกติดี

แผงระบายความร้อนที่วางอยู่ระหว่างท่อกลมของส่วนหน้าเครื่องยนต์นั้นมองเห็นได้ชัดแต่ไม่ถึงกับขัดตาเท่าไหร่ บนแผงคอก็ไม่มีเข็มแสดงความเร็วรอบ แต่ทาง Yamaha บอกว่าแรงบิดสูงสุดนั้นอยู่ที่ 79 ปอนด์ฟุต ที่ความเร็วรอบเพียง 3,500 รอบต่อนาที และการวิ่งที่ความเร็วรอบเกิน 5,000 รอบนั้นจะไม่ได้อัตราเร่งเพิ่มแต่อย่างใด ในการขับขี่บางครั้งก็ต้องเร่งเครื่องอย่างเร็วๆก็พบว่ารถตอบสนองต่ออัตราเร่งได้รวดเร็วดี การชลอความเร็วลงก็ทำได้ดีเช่นกัน แม้เบรกหน้าจะมีจานเบรกขนาด 320 มม เพียงจานเดียวก็ตาม จานเบรกหลังก็เป็นจานเดียวขนาด 310 มม รถ Stryker ที่หนักถึง 293 กิโลกรัมคันนี้ก็สามารถหยุดได้ทันท่วงที

มอเตอร์ไซค์ที่ต่ำและยาวแบบนี้จะให้ลักษณะการเบรกที่โดดเด่น แม้ราคาจะอยู่ที่ $12,599 แสดงว่าต้องประหยัดต้นทุนกันเต็มที่ แต่ระบบเบรกถือว่าไม่เลว ยางหลังขนาด 210 มม ก็น่าจะมีส่วนช่วยด้วยเช่นกัน แถมเรายังพบว่าเบรกหน้านั้นทำงานได้มีประสิทธิภาพอย่างไม่น่าเชือเมื่อเทียบกับล้อที่สูงและใหญ่แบบนี้ และสิ่งที่โดดเด่นก็เหมือนจะเป็นล้อที่มีมุม rake ที่ใหญ่แต่การขับขี่นั้นเป็นไปอย่างนุ่มนวล รูปแบบของมอเตอร์ไซค์แบบนี้มักจะขับยาก เลี้ยวยาก ในความเป็นจริงแล้วมุมเอียงของ rake ของ Stryker นั้นแค่ 34 องศาเท่านั้น แต่เพื่อให้ดูเหมือนมอเตอร์ไซค์แนวชอปเปอร์ ทางวิศวกรของ Yamaha เลยเพิ่มสร้างความรู้สึกทางสายตาในการเพิ่มองศาขึ้นมา โดยการสร้างค่าชดเชยขึ้นมาประมาณ 6 องศา ดังนั้นมองภายนอกจะดูเหมือนมีมุมเอียงถึง 40 องศา แต่การควบคุมการขับขี่จริงๆแล้วจะเป็นเพียง 34 องศาเท่านั้น ไอเดียเจ๋งและใช้งานได้ดีอีกด้วย

มอเตอร์ไซค์ Stryker คันนี้ขับได้ลื่นไหลไปตามทางโค้งได้ดี การบังคับเลี้ยวไม่ต้องออกแรงมากมาย ที่ความเร็วสูงก็มั่นคงดี ออกแรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อให้รถวิ่งตรงไป แต่การเลี้ยวรู้สึกเหมือนจะออกแรงน้อยกว่า จนกระทั่งเราไปลองวิ่งบนสนามแข่งนั่นแหละเราถึงจะพบว่า Yamaha นั่นเก่งในเรื่องการเว้นพื้นที่ใต้ท้องรถไว้ การเลี้ยวอย่างแรงบนสนามแข่งอาจดูไม่ค่อยสวย แต่บนถนนทั่วไป Stryker นั้นจะแตะพื้นหลังเพื่อนและคงจะไม่ถึงกับสะดุดล้มสำหรับนักบิดหลายๆรายที่ได้ขับขี่มัน ที่วางเท้านั้นยื่นไปข้างหน้า ซึ่งอาจจะดูไม่เหมาะเมื่อเทียบกับมอไซค์ทั่วๆไป แต่เพราะว่าขานั้นต้องวางยืดตรงไปข้างหน้า แรงอัดอากาศที่ความเร็ว 100 กม/ชม ขึ้นไปนั้นก็จะส่งลมลงบนเข่าดันขาให้กางออกพร้อมทั้งทำให้เท้าหลุดออกจากที่วางเท้า ที่ความเร็วสูงเลยต้องออกแรงต้านเยอะอาจจะทำให้เมื่อยล้าได้ง่าย

แต่ที่วางเท้าบน Stryker นั้นเราอาจจะป้องกันเหตุการณนี้ได้โดยการเอาส่วนนิ้วเท้าของเท้าซ้ายของรองเท้าบู๊ทไปเกี่ยวอยู่กับคันเกียร์เอาไว้เพื่อเพิ่มแรงยึด รถ Stryker ของเรานั้นได้ติตตั้งบังลมหน้าแบบติดตั้งเร็วขนาด 22 นิ้วเพื่อลดแรงดันลมให้กับคนขับและช่วยลดความเมื่อยล้าจากลมปะทะที่จะไปโดนแขนเมื่อขับที่ความเร็วสูง แต่ข้อเสียคือปลายฉากนั้นอยู่ในระดับสายตาพอดี เราจึงต้องเลือกนั่งให้สูงขึ้นแต่ไม่ค่อยสบายหรือนั่งหลังคู้ในท่าแปลกๆ ซึ่งเกิดขึ้นกับทั้งนักบิดตัวเตี้ยและตัวสูงของเรา แถมยังมีเงาสะท้อนให้เบี่ยงเบนความสนใจบนถนนข้างหน้าอีกด้วย เรายังมีกระเป๋าสัมภาระหนังเทียมมาด้วยที่ติดตั้งบนราวด้านข้าง ซึ่งขนาดนั้นอาจจะเล็กที่ก็ใส่สัมภาระได้เพียงพอที่จะอยู่บนถนนได้เป็นหลายวัน แถมยังมาพร้อมกับซิป ซึ่งไม่ใช่แค่ซิบเดียวแต่มีซิบนอกและซิปใน

ซิบด้านในจะทำให้สามารถขยายกระเป๋าสัมภาระออกได้ นักบิดหลายคนอาจจะชอบตรงนี้ และเราพบว่ากันน้ำได้ดีแม้จะขับไปท่ามกลางสายฝนตกหนักและซิปนอกจะเปิดอยู่ก็ตาม แสตนด์ข้างนั้นจะยาว และวางในตำแหน่งที่ทำมุมสูง ทุกครั้งที่จอดเลยเหมือนว่ารถกำลังจะล้มลง แต่สามารถมองเห็นได้ชัดจากเบาะนั่งและที่วางเท้าก็อยู่ห่างออกมา การใช้งานจึงไม่มีอะไรติดขัด คนขาสั้นน่าจะชอบมันมาก แต่แม้ว่าจอดแล้วมันจะเอียงทำมุมมากแต่การดึงกลับมานั่งนั้นทำได้ง่ายๆเพียงแค่ขึ้นคร่อมหรือยืนบนรถเท่านั้น

เราเองไม่ค่อยชอบตอนบังคับเลี้ยวในมุมแคบเท่าไหร่ เพราะต้องถอยต้องดันอยู่หลายรอบในที่แคบ แต่ด้วยพื้นที่ใต้ท้องมากพอ การเลี้ยวกลับรถที่ความเร็วต่ำนั้นทำได้ดี เราจึงรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งกับมอเตอร์ไซค์ Stryker ของ Yamaha คันนี้ที่การขับขี่ หน้าตา และพละกำลังที่มีนั้นดูดีแต่ราคากลับไม่แพงอย่างที่คิด แถมคุณภาพของงานนั้นก็ยังสุดยอดอีกด้วย

เรียบเรียงโดย mocyclover.com
ข้อมูลจาก motorzon.net

ads2

Advertisment

4,219 views