ล่าสุด

MV Agusta Rivale 800 รีวิวทดสอบการขับขี่

2014 MV Agusta Rivale 800

2014 MV Agusta Rivale 800
Credit: asphaltandrubber.com

MV Agusta Rivale 800 รีวิวทดสอบการขับขี่

จากการที่ได้ไปร่วมงานเปิดตัว 2014 MV Augsta Rivale 800 ที่ฝรั่งเศส นักทดสอบของเราเลยได้เขียนรีวิวออกมาให้เราได้อ่านกันก่อนงานเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่ EICMA เล็กน้อย เรามาดูกันนะครับว่าเขามีความคิดเห็นเป็นอย่างไร

อ่านรีวิวการขับขี่เบื้องต้นที่นี่

ถือเป็นเวลาปีกว่าแล้วนับตั้งแต่ที่ MV Agusta ได้ประกาศตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น Rivale 800 โดยถือเป็นมอเตอร์ไซค์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Ducati Hypermotard และสุดท้ายมอเตอร์ไซค์คันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะส่งถึงมือลูกค้าในป 2014

มอเตอร์ไซค์รุ่น Rivale ถือเป็นมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ 3 แล้วที่นำเครื่องยนต์สามสูบขนาด 800cc ของ MV Agusta เองมาใส่ โดยสองรุ่นก่อนหน้านี้ก็คือ Brutale รุ่นเนคเก็ตและ F3 แบบฟูลแฟร์ และเท่าที่ดูแล้วตอนนี้ก็คงไม่เครื่องยนต์ขนาดอื่นอย่าง 675 หรือ 1090 ให้เลือก เช่นเดียวกับรุ่นอื่นๆของ MV Agusta

มอเตอร์ไซค์ Rivale 800 นั้นหน้าตาจะดูเหมือน supermoto แต่ตำแหน่งเบาะนั่งนั้นจะเลื่อนไปข้างหน้า ออกเป็นแนวรถเนคเก็ตยกสูง พร้อมทัศนวิสัยด้านหน้ารถที่ไม่ต้องถูกบดบังมากเกินไป มอเตอร์ไซค์ของ MV Agusta มักจะมีหน้าตาที่สวยงาม และคันนี้ก็เช่นกัน

2014-MV-Agusta-Rivale-800-3
Credit: asphaltandrubber.com

วัสดุและฝีมือการประกอบนั้นดูปราณีตและทุกอย่างดูมั่นคงแข็งแรง แต่การออกแบบเหมือนจะยังมีข้อบกพร่องเล็กๆน้อยในบางจุุดตามสไตล์ของ MV ตัวอย่างเช่น การเดินสายไฟไปตามเฟรมสีแดงที่ดูเหมือนจะเป็นวัสดุคุณภาพต่ำที่เอามายึดสายไฟไว้กับเฟรม ดูไม่สมกับมอไซค์สไตล์สวยงามคันนี้เลย

ลูกค้าสามารถเปลี่ยนกระจกมองหลังที่ติดกับปลายแฮนด์เป็นแบบธรรมดาได้ ซึ่งสำหรับเราแล้วคงขอเปลี่ยนแน่นอน เพราะกระจกที่ติดปลายแฮนด์นั้นจะทำให้มอไซค์โดยรวมกว้างเกินไป แถมมองหลังได้ไม่ดีอีกด้วย

ไฟเลี้ยวและไฟเดินเครื่องนั้นติดตั้งเข้ากับแฮนด์การ์ดซึ่งในทางทฤษฏีแล้วถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี แต่พอลองใช้งานแล้วกลับกลายเป็นข้อผิดพลาดอย่างมหันต์ จากที่ลองขับแล้วพบว่ามีหยดน้ำมาเกาะที่เลนซ์ไฟเลยไม่ค่อยสว่าง เลยทำให้สัญญาณไฟมองเห็นได้ไม่ค่อยชัดในเวลากลางวัน

ภาพแรกที่ได้สัมผัส

เราได้ลองขับทดสอบที่เมือง Nice ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสภาพที่เต็มไปด้วยภูเขาที่คดเคี้ยวและพร้อมกับทางตรงให้ทำความเร็วเป็นช่วงๆ เรื่องแรกที่เราสนใจคือการควบคุมการปิดเปิดคันเร่งของเครื่องยนต์ 800 ตัวนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะปรับปรุงได้ดีกว่ารุ่น 675 และ 800 ก่อนหน้านี้

ทาง MV ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการแมพปิ้งของ FI มาแล้วสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นก่อนหน้า ซึ่งน่าจะทำให้ทุกอย่างลื่นไหลขึ้น และเราก็พบว่าทุกอย่างก็ดีขึ้นสำหรับรุ่นใหม่นี้ อย่างไรก็ตามทิศทางที่เครื่องยนต์ตอบสนองต่อการเริ่มเปิดคันเร่งนั้นยังถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์ แต่เมื่อรถเริ่มออกตัวทุกอย่างกลับดีขึ้น พฤติกรรมการทำงานของ Mikuni นั้นถือว่าโอเคภายใต้การเปิดคันเร่งเบาๆ

มอเตอร์ไซค์ MV Agusta Rivale 800 ตัวที่มาจากโรงงานนั้นจะมีระบบ EAS คือ Electronics Assisted Shift หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกกันว่า quickshifter การทำงานของระบบ EAS นั้นเยี่ยมยอดมาก เมื่อคันเร่งนั้นนิ่งการเข้าเกียร์จะแม่นยำมากให้ความรู้สึกถึงพละกำลังและสัมผัสถึงเครื่องยนต์อย่างเต็มที่

มันรู้สึกแปลกๆที่จะต้องใช้คลัชในการเปลี่ยนเกียร์ลงอีกครั้ง แต่การเปลี่ยนเกียร์นั้นลื่นไหลดี แต่การจะหาเกียร์ว่างตอนที่รถหยุดนิ่งนั้นยากไปหน่อย และเหมือนจะโชคไม่เข้าข้างเท่าไหร่่เพราะจะพบว่าคุณกำลังพยายามเปลี่ยนอยู่ระหว่างเกียร์ 1 และเกียร์ 2 แทนที่จะหาเกียร์ว่างเจอ

การควบคุมรถ

มอเตอร์ไซค์ Rivale 800 นั้นไม่ใช่ทุกคนจะขับขี่ได้ ไม่ใช่ประเด็นในเรื่องของราคาที่สูงหรอกนะครับ แต่ด้วยเพราะส่วนหน้าของรถเอง มอเตอร์ไซค์คันนี้เอียงไปข้างหน้ามากแต่กลับไม่ได้การตอบสนองกลับมาที่ดีนัก ผลที่ได้คือการเข้าโค้งด้วย Rivale นั้นจะให้ผลตอบสนองที่ดีเมื่อคุณสามารถเห็นโค้งข้างหน้าได้อย่างชัดเจน และคุณสามารถส่งแรงบิดได้อย่างต่อเนื่องเท่าน้น

หากเจอโค้งบอดแล้วคุณเปิดคันเร่งไม่มากแล้วละก็ ส่วนหน้ารถก็จะรู้สึกหน่วงๆและกลายเป็นว่าคุณเหมือนจะช้าเกินไปในเปิดคันเร่งออกจากดค้ง รถคนนี้ไม่เหมาะสำหรับถนนโค้งแคบและมีหลุมบ่อแน่นอน

ถนนเปิดทางตรงและการจราจรที่ลื่นไหลนั้นจะเหมาะสมที่สุดกับมอเตอร์ไซค์คันนี้ ด้วยเพราะทัศนวิสัยที่ดีและถนนที่ราบเรียบจะเหมาะสำหรับการขับที่เร็วขึ้น ความเร็วที่สูงนั้นจะเหมาะกับอัตราทดของเกียร์มากกว่า ในขณะที่โค้งแบบ 360 องศานั้นคุณจะมัวแต่กังวลอยู่กับการเปลี่ยนเกียร์ไปมาระหว่างเกียร์หนึ่งและเกียร์สอง

หากคุณสามารถรักษาความเร็วรอบไว้แถวๆ 6,000 ขึ้นไปแล้วละก็ คุณก็จะมีความสนุกกับมัน ด้วยเสียงคำรวมของเครื่องสามสูบนั้นสุดยอดมาก แรงบิดเหลือเฟือจนไปถึงขีดสุด แถวๆนี้แหละถึงจะเห็นความสามารถของ Rivale อย่างเต็มที่ผสมผสานกบระบบเกียร์แบบ quickshifter

2014-MV-Agusta-Rivale-800
Credit: asphaltandrubber.com

ระบบอิเลคทรอนิคส์

ก็คงเหมือนๆกับกรณีของมอเตอร์ไซค์ชั้นยอดทั้งหลาย 2014 MV Agusta Rivale 800 ก็มาพร้อมระบบอิเลคทรอนิคส์ที่จะช่วยเสริมสมรรถนะในการขับขี่มากมาย ระบบควบคุมล้อหมุนฟรีหรือ traction control ปรับได้ 8 ระดับนั้นทำงานได้ดี เราลองตั้งค่าไว้ที่เลข 4 เพราะมันทำงานได้อย่างลื่นไหลไม่สะดุดสำหรับการขับขี่แบบธรรมดาและแบบสปอร์ท

นอกจากการการตั้งค่าแมพปิ้งน้ำมันมาตรฐานได้ 3 ค่าแล้ว คุณยังสามารถสร้างค่าแมพปิ้งเองได้อีกด้วย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆนะครับเพราะคุณจะต้องใช้ค่าตัวแปรต่างๆจำนวนมาก และต้องตั้งค่า engine braking ตั้งค่ารอบสูงสุดและแม้แต่ค่าความเร็วสูงสุด

แผงหน้าปัทว์เล็กๆนั้นสมบูรณ์ดีแต่ยากที่จะอ่านข้อมูลเวลาที่รถกำลังวิ่งเพราะเหมือนจะเล็กไปหน่อย แผงหน้าปัทว์นั้นติดตั้งไว้ต่ำเกินเลยทำให้การตั้งค่า traction control ค่าการแมพปิ้งเครื่องยนต์ระหว่างที่รถกำลังวิ่งอยู่นั้นอันตรายมาก

แม้ว่าจะมีระบบอิเลคทรอนิคส์ต่างๆมากมายก็ตาม แต่ MV Agusta ก็ยังไม่มีระบบ ABS มาให้ ตามข้อมูลจาก Giovanni Castiglioni บอกว่าเรื่องนี้จะเปลี่ยนไปในปี 2014 นี้เมื่อทาง Bosch สามารถผลิตชิ้นส่วน ABS ให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด แต่แม้จะไม่มีเบรก ABS แต่พลังหยุดก็มีความสามารถเหลือเฟืออยู่

เบรกของ Nissin นั้นทำงานร่วมกับคาลิบเปอร์ของ Brembo ได้ดี สิ่งเดียวที่ต้องพัฒนาก็คงเป็นเรื่องของการดำดิ่งของส่วนหน้ามากเกินไป เราได้ลองแก้ไขส่วนนี้ด้วยการปรับค่าตะเกียบหน้า แต่ด้วยมอเตอร์ไซค์ที่หนักไปทางด้นหน้าและเบาะนั่งแนวดุดันรวมถึงถังน้ำมันนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ทำให้ทั้งหมดรู้สึกเหมือนไม่ได้ปรับแต่งค่าอะไรเลย

ผลสรุป

มอเตอร์ไซค์ 2014 MV Agusta Rivale 800 ตามที่บอกว่าอาจจะไม่เหมาะสำหรับทุกคน ดูภายนอกเหมือนจะพาเราไปตามถนนคดเคี้ยวได้สบายๆ แต่ด้วยการตอบสนองของคันเร่งที่ดูหน่วงๆ รวมถึงส่วนหน้าที่่ถ่ายน้ำหนักไปอย่างประหลาด คุณอาจจะไม่ชอบมันมากนัก

จนเมื่อคุณได้เจอถนนทางตรงและความเร็วเพิ่มขึ้นโน่นแหละถึงจะปล่อยพลังของเครื่องสามสูบออกมาเต็มที่ กำลังของ Rivale นั้นเหลือเฟือ พร้อมระบบ traction control ที่ทำงานได้ดี และเสียงเครื่องยนต์อันกระหึ่มที่อาจจะทำให้ลืมข้อเสียไปได้บ้าง

แต่แน่นอนว่า Rivale ก็เหมือนมอเตอร์ไซค์ทั่วๆไปของ MV Agusta คือดูสวย เสียงเพราะ และน่าเป็นเจ้าของ แต่นั่นแหละด้วยหน้าตาที่ดุดันนั้นต้องการสไตล์การขับที่มีความเฉพาะตัว เลยกลายเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มที่คงไม่ทำยอดขายถล่มทลายมาก เลยอาจจะสมชื่อยี่ห้อเขาหละที่ต้องการให้สินค้าเขาอยู่เฉพาะคนที่กล้าหาญเท่านั้น

อ่านรีวิวการขับขี่เบื้องต้นที่นี่

รีวิวมอเตอร์ไซค์เรียบเรียงโดย mocyclover.com
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก asphaltandrubber.com

ads2

Advertisment

7,148 views